กรุงเทพฯ อัตลักษณ์ที่ต้อง Awake


Photo source from thriftybackpacker.co

ปลุกอัตลักษณ์ของกรุงเทพฯ ผ่านการจัดงานเทศกาลกับโลเคชั่นสุดคูล

กรุงเทพมหานคร เมืองหลวงของประเทศไทย ที่มีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์มากมายจนเกิดเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่กลายเป็นหนึ่งในเมืองที่มีเสน่ห์ที่สุดของโลก เพราะกรุงเทพฯ ได้รวมเอาวัฒนธรรม วิถีชีวิต และเทคโนโลยีในแต่ละยุคสมัยมาผสมผสานเข้าไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน และแตกแขนงออกเป็นย่านต่าง ๆ ที่ล้วนแต่เต็มไปด้วยความน่าค้นหา โดยเฉพาะย่านที่หลับใหลมานาน อย่างเจริญกรุง-ตลาดน้อยที่เหมาะกับการจัดงานเทศกาล และยังมีอีกหลายแห่งที่รอการปลุกเรียก


“สำหรับโลเคชั่นของประเทศไทย ที่เหมาะจะใช้ทำเทศกาลใหม่ ๆ สำหรับผมในแง่ของการจัดงานเทศกาลไฟ อย่างริมน้ำ เช่น ถนนพระอาทิตย์ สะพานพระรามแปด สะพานพระปิ่นเกล้า ชุมชนกุฎีจีน ชุมชนสำเพ็ง-ทรงวาด สะพานพุทธ ชุมชนวัดดอน-สมาคมแต้จิ๋ว หัวลำโพง สามย่านก็น่าทำ” พงศ์สิริ เหตระกูล Director - NYLON Thailand และผู้จัดงานเทศกาล Awakening Bangkok ที่เคยปลุกให้ยามค่ำคืนของชุมชนย่านเจริญกรุง-ตลาดน้อยสว่างเจิดจ้าด้วยแสงไฟมาแล้ว ให้ความเห็นกับเรา


Photo source from nytimes.com

เขาเล่าถึงความเป็นไปได้ในการใช้พื้นที่ใหม่ ๆ ของกรุงเทพมหานคร สำหรับการสร้างงานเทศกาลในแบบต่าง ๆ ด้วยหลักการ Festival Economy หรือการสร้างมรดกทางเศรษฐกิจด้วยงานเทศกาล ซึ่งจะสามารถปลุกเมืองให้มีสีสันขึ้นมาได้ ไม่ต่างกับงาน Awakening Bangkok ที่เขาทำสำเร็จมาแล้ว


“สถานที่ที่ผมชอบ และมองว่าท้าทายมากคือ ชุมชนคลองเตย หรือสวนสาธารณะอย่าง สวนลุมพินี สวนเบญจกิตติที่เพิ่งเปิด ก็เหมาะเอามาทำงานเทศกาลเกี่ยวกับ Lighting มาก เราจะไม่พูดถึงจุดที่เป็น Financial district ที่เจริญอยู่แล้ว อย่างทองหล่อ เอกมัย สีลม หรือราชประสงค์ เพราะบริเวณนั้นไฟมันสว่างมากอยู่แล้ว ถ้าเราเอาไฟไปลงมันก็ไม่มีเสน่ห์ อีกอย่างคือย่านที่เป็นธุรกิจ มันคึกคักอยู่แล้ว มีคนเดินห้างเยอะอยู่แล้ว และไม่ได้มีพื้นที่ให้ศิลปินเล่นได้มากนัก อย่างเจริญกรุงมีพื้นที่ให้เล่นเยอะ เพราะมีตึกเก่าเยอะ และไม่ได้คึกคักเลยทำอะไรได้เยอะ” เขาเล่าถึงไอเดียสำหรับการมองพื้นที่ใหม่ ๆ ให้ฟัง


Photo source from powermag.kingpower.com
“ถ้าเราหาคลองใหญ่ ๆ หน่อย แถวคลองที่เรือไม่วิ่ง เช่น คลองผดุงกรุงเกษม คลองโอ่งอ่าง คลองหลังวัดบวรฯ คลองที่มีชุมชนอยู่รอบ ๆ ยิงไฟลงไปในน้ำ แล้วทำโปรแกรมผ่านมือถือ เรากดเข้ามาในเว็บไซต์ แต่งกระทงของตัวเอง และเลือกว่าจะลอยตรงจุดไหน กด Submit และไปยืนรอตรงนั้น แล้วกระทงก็จะลอยออกมาโดยการยิงโปรเจกเตอร์ลงน้ำ เป็นต้น ซึ่งมันสามารถใส่กิมมิกลงไปได้เยอะมาก ตอบโจทย์การไปลอยกระทงที่คนอยากไปถ่ายรูปมากกว่าการไปขอขมาพระแม่คงคา เพราะคนสมัยนี้ชอบถ่ายรูปกับสถานที่สวย ๆ ไปเฮฮากัน”


Photo source from manadevelopment.co.th


แนวคิดนี้ตอบโจทย์เทรนด์การท่องเที่ยวของคนรุ่นใหม่ที่คนอยากจะมีส่วนร่วมด้วย โดยยังไม่ทิ้งประเพณีที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน โดยใช้การปรับปรุงนำเทคโลโนยีเข้ามาตอบรับกับวัฒนธรรมที่เข้ากับยุคสมัย ในวันที่หลายฝ่ายให้ความสำคัญกับเรื่องของการรักษ์โลก และหาทางแก้ปัญหาผลกระทบของขยะที่เกิดขึ้นจากการลอยกระทงได้ด้วย


Photo source from manadevelopment.co.th
“ส่วนการจะเลือกโลเคชั่นใดนั้น อยู่ที่ว่าจุดที่เราไปจัดจะก่อให้เกิดเศรษฐกิจหรือไม่ ถ้าคลองที่ไปจัดมีชุมชนอยู่รอบ ๆ เยอะ และคนได้ประโยชน์จากงาน ก็จะสร้างเศรษฐกิจได้” สิ่งที่เขาพูดมาคือหนึ่งในหลักการของ Festival Economy หรือการสร้างสรรค์งานเทศกาลที่จะนำไปสู่การสร้างเศรษฐกิจ ร่วมกับการพัฒนาเมืองอย่างรอบด้าน สร้างรายได้เข้าประเทศ เกิดการกระจายรายได้ และพัฒนาอัตลักษณ์ของเมืองให้มีความเด่นชัด เพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจให้กับประเทศนั่นเอง เหมือนกับที่งานเทศกาล Awakening Bangkok ที่ได้ปลุกให้เศรษฐกิจในชุมชนย่านเจริญกรุง-ตลาดน้อย ให้ตื่นขึ้นและกลับมาคึกคักอีกครั้ง

Photo source from manadevelopment.co.th

1 view0 comments