ต้นแบบงานเทศกาลลิขสิทธิ์ระดับโลก ตอนที่ 4 Nagoya Women’s Marathon การแข่งขันวิ่งมาราธอนหญิง


Photo source from japantimes.co.jp

เมื่อเอ่ยถึงงานวิ่งมาราธอนระดับโลก ทุกคนจะนึกถึง World Majors Marathon ที่ประกอบด้วย 6 เมืองเจ้าภาพยักษ์ใหญ่วงการวิ่งของโลก ได้แก่ Boston, Chicago, New York , Berlin, London และ Tokyo ซึ่งทั้งหมดเป็น WA (World Athletics) Gold Label กันหมด ซึ่งทั้งหมดเป็นการแข่งขันวิ่งมาราธอนที่มีทั้งประเภทนักวิ่งชายและนักวิ่งหญิงเข้าร่วมการแข่งขันอย่างมากมายพร้อมกัน และใคร ๆ ในโลกของนักวิ่งมาราธอนก็ต้องอยากไปประลองหาประสบการณ์ซักครั้งในชีวิต แต่นอกจากเทศกาลงานวิ่งมาราธอนดังกล่าว ยังจะมีงานวิ่งมาราธอนกว่าอีก 10,000 รายการต่อปีในโลก ที่มีนักวิ่งจากทั่วโลกต้องการเข้าร่วมเพื่อบันทึกประสบการณ์ใหม่พร้อมเก็บสถิติตัวเองจากง่ายไปหายาก และยังมีหนึ่งในรายการวิ่งมาราธอนในนั้นที่จัดเฉพาะ และอนุญาตเฉพาะนักวิ่งมาราธอนหญิงเท่านั้นถึงจะเข้าร่วมได้ และเป็น Dream Race ของนักวิ่งหญิงทั่วโลก นั่นคือรายการการแข่งขันวิ่งมาราธอนผู้หญิงระดับโลกอย่าง Nagoya’s Women Marathon - WA (World Athletics) Platinum Label หนึ่งเดียวของโลก ที่เป็นหนึ่งรายการในฝันของนักวิ่งมาราธอนผู้หญิงทั่วโลกที่ต้องไปเก็บประสบการณ์ สร้างสถิติ สร้าง profile ของชีวิต



Photo source from germanroadraces.de

Nagoya Women’s Marathon ถือเป็นรายการวิ่งมาราธอนหญิงที่ใหญ่ที่สุด มีผู้เข้าร่วมมากที่สุด มีเงินรางวัลสูงสุด มีจำนวนนักวิ่งมาราธอนหญิงมากที่สุดในโลก และถือเป็นรายการวิ่งแบบเทศกาลที่ประสบความสำเร็จในการสร้าง economic Impact มหาศาลให้เมืองนาโกย่าในแต่ละปีอีกด้วย แต่ถ้าย้อนดูเหตุผลของการกำเนิดและสร้างเทศกาลวิ่งมาราธอนผู้หญิงจนโด่งดังไปทั่วโลกนี้แล้วนั้น แน่นอนหละ มันก็ต้องมีที่มาที่ไป ระหว่างเมืองนาโกย่ากับผู้หญิง ซึ่งเมืองนาโกย่าเอง ก็ถือว่าเป็นเมืองที่เติบโตทางด้านอุตสาหกรรม เทคโนโลยี และมีประวัติศาสตร์อันยาวนาน รวมถึงยังเป็นเมืองแห่งธุรกิจอันดับต้น ๆ ของญี่ปุ่น และของโลก



Photo source from jetro.go.jp

แต่ทว่ายังอีกมีสิ่งหนึ่งที่ถือเป็นจุดกำเนิดของ Nagoya Women’s Marathon และเป็นที่มาที่ไปของโครงการนี้ นั่นคือเรื่องที่ยังฝังลึกอยู่ในใจของชาวญี่ปุ่นที่เกี่ยวกับเรื่องการกดขี่ข่มเหง รวมถึงความเหลื่อมล้ำทางเพศที่ผู้ชาย และทหารชาวญี่ปุ่นได้ถือปฏิบัติเรื่องนี้มานานแสนนาน ตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เรื่องความรุนแรงในอดีตอย่างที่เราทราบกันดี เมืองนาโกย่าก็เป็นหนึ่งเมืองที่พัฒนาและเติบโตตั้งแต่ญี่ปุ่นแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2 ความพยายามในการสร้างความสมดุลกันระหว่างการเติบโตทางด้านอุตสาหกรรม และความมั่งคั่งเกิดขึ้นอย่างก้าวกระโดด กับสิ่งที่เรียกว่าแผลฝังลึกเรื่องการกดขี่ทางเพศที่เป็นสิ่งที่ชาวญี่ปุ่น และชาวนาโกย่าอยากจะลืมและลบอดีตออกไป หน่วยงานภาครัฐและเอกชนของเมืองนาโกย่า จึงได้ร่วมกันสร้างสรรค์กิจกรรมที่ต้องการแสดงพลังของผู้หญิง ความอดทนความขยันหมั่นเพียร ความวินัย และความเท่าเทียมกัน เพื่อเป็นการสร้างภาพลักษณ์ใหม่ของเมืองนาโกย่าและประเทศญี่ปุ่น นั่นหมายถึงงานวิ่งมาราธอนผู้หญิงนาโกย่า ซึ่งก็ได้แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการจากหลาย 10 ปี ที่เริ่มต้นจากการเป็นเจ้าภาพในการจัดงาน Women’s Asian Marathon Championship ในปี 1988 และ 1994 ถือเป็นจุดเริ่มที่เมืองนาโกย่า ที่ได้ยกระดับในการแสดงจุดยืนเรื่องแนวคิดการใช้กิจกรรมที่เกี่ยวกับผู้หญิงมาเป็นเครื่องมือ จนกระทั่งได้มีพัฒนาการที่จะเป็นเจ้าของงานวิ่งมาราธอนเฉพาะผู้หญิงของเมืองเองมาเรื่อย ๆ และในที่สุดเมื่อ 10 ปีที่แล้ว เมืองนาโกย่าก็ได้ดำริอย่างชัดเจนด้วยการใช้การแสดงจุดยืนของพลังผู้หญิงของเมืองนาโกย่าอย่างต่อเนื่อง โดยมีการจัดให้มีแข่งขันวิ่งมาราธอนผู้หญิงระดับนานาชาติ จนถึงไต่มาถึงระดับโลก จนได้รับประกาศนียบัตรระดับสูงสุดของโลกคือ WA (World Athletics) - Platinum Label ถือเป็นอันดับสูงสุดเหนือ Gold Label และมีหนึ่งเดียวในโลก จนถึงปัจจุบันนี้

Photo source from allwomencanrun.org

ปัจจุบัน Nagoya Women’s Marathon ได้เติบโตภายใต้แนวคิดความเท่าเทียม และการลดความเหลื่อมล้ำทางเพศ จนกลายมาเป็นงานวิ่งมาราธอนผู้หญิงที่ใหญ่ที่สุดของโลก จำนวน 25,000 คนต่อปี แต่มีนักวิ่งมาราธอนหญิงทั่วโลกที่ต้องการเข้าร่วมมากกว่า 400,000 คนของทุกปีที่พยายามสมัครเข้าร่วมแต่โอกาสจำกัด ซึ่งเป็นการพิสูจน์ให้เห็นพลังของผู้หญิงจากทั่วทุกมุมโลกที่ต้องการร่วมแข่งในรายการนี้เป็นจำนวนมาก และ ณ วันนี้ Nagoya Women’s Marathon ก็ได้กลายมาเป็นต้นแบบลิขสิทธิ์ฉบับมาราธอนหญิงหนึ่งเดียวของโลกที่ทุกคนรอคอยไปแล้ว พร้อมกับแผนการตลาดแบบ 360 องศา และที่ได้ต่อยอดและพัฒนามาเป็นรูปแบบงานเทศกาล ที่ไม่ใช่เป็นแค่เพียงงานวิ่งมาราธอนรวมตัวของผู้หญิงอย่างเดียว แต่ยังเป็นการมอบสัญลักษณ์เฉพาะแค่ผู้หญิงเท่านั้นถึงจะมีสิทธิ์ได้คือ จากเหรียญทั่วไปเพื่อเป็นของที่ระลึก เป็นจี้ห้อยคอจากบริษัทภาคเอกชนที่ ให้การสนับสนุนมาเพื่อเป็นการย้ำความเป็นผู้หญิง ที่ได้ถือกำเนิด ณ เมืองนาโกย่า จนกลายเป็นที่โด่งดังไปทั่วโลก



Photo source from allwomencanrun.org

ทั้งนี้ประเทศไทย ก็เป็นอีกตลาดของนักวิ่งหญิงที่ตัวเลขของนักวิ่งหญิงเฉลี่ยสูงขึ้นเป็นลำดับ และ ณ ปีปัจจุบันมีค่าเฉลี่ยต่องานสูงถึง 39% จาก 2,000 งานวิ่งทั่วประเทศ ซึ่งนี่คือหนึ่งในเหตุผลหลักที่ทีเส็บ เล็งเห็นโอกาสการสร้างงานเทศกาล จึงได้วางแผนดึงลิขสิทธิ์งานวิ่งมาราธอนหญิงระดับโลก Nagoya Women’s Marathon เข้ามาสู่ประเทศไทยโดยการขอความร่วมมือไปยัง NWM เพื่อมาให้องค์ความรู้ในการจัดงานมาตรฐานสากล สานต่อแนวคิด และแสดงจุดยืนเรื่องความเท่าเทียมกัน โดยการเสนอให้ทาง NWM ได้อนุญาตให้ใช้ต้นฉบับลิขสิทธิ์มาสร้างงานวิ่งผู้หญิง รวมถึงรูปแบบการจัดแบบเทศกาลงานวิ่ง โดยได้วางแผนให้มีการจัดงานวิ่งครั้งแรกของเมืองไทยในชื่อ Huahin Women’s Half Marathon friendship race with Nagoya’s Women Marathon แต่ทว่าสถานการณ์โควิด ส่งผลทำให้ไม่สามารถได้เต็มรูปแบบงานเทศกาลวิ่งดังกล่าวได้เต็มที่ จึงได้มีการออกแบบการจัดงานวิ่งฮาล์ฟมาราธอนหญิงนำร่องในปีแรกแบบ New Normal พร้อมมาตรการความปลอดภัยสูงสุดในงาน และต่อเนื่อง 2 ปี จึงถือเป็นการพยายามที่จะสร้างงานวิ่งฮาล์ฟมาราธอนหญิงในครั้งแรกในเมืองไทยให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืนเหมือนที่เมืองนาโกย่า ได้พยายามผลักดันมากกว่าหลายสิบปี และนี่ก็ถือได้ว่า Nagoya Women’s Marathon เป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจให้ผู้หญิงในประเทศไทย และทั่วโลกได้มีสัญลักษณ์ที่จะสร้างแรงกระเพื่อมกับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของผู้หญิงกับโลกความเท่าเทียมกันให้คงอยู่ไปตลอดกาลในโลกใบนี้

1 view0 comments