ถอดรหัส City DNA ของเพชรบุรี เมืองตัวอย่างที่สร้างสรรค์ตามแนวคิด Festival Economy


Photo source from amazingthaitour.com


หัวใจของการออกแบบเทศกาลเพื่อสร้างเศรษฐกิจของเมือง สิ่งสำคัญมากที่สุดคือการหาอัตลักษณ์ของเมือง หรือ City DNA ซึ่งจะสร้างแรงดึงดูดกลุ่มเป้าหมายให้มาร่วมเทศกาลอย่างต่อเนื่อง เพราะนั่นคือการแสดงให้เห็นคุณค่าของเทศกาลแต่ละงานว่ามีความเฉพาะตัวและน่าสนใจอย่างไร และยังช่วยให้ผู้คนรู้สึกถึงความเชื่อมโยงระหว่างตัวเองกับเมืองและกิจกรรมที่เกิดขึ้น ด้านคนในชุมชนเองก็ได้แสดงความสามารถในการเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลได้ไม่ว่าจะเป็นผู้จัดงาน ผู้ช่วยงาน ผู้ร่วมงาน หรือทีมงานอาสาสมัครเองก็ตาม

ซึ่งแนวคิดนี้เรียกว่า Festival Economy ซึ่งเป็นนโยบายที่ถูกนำมาใช้ในการช่วยเหลือผลักดันให้เมืองต่าง ๆ ในประเทศไทย ให้สามารถออกแบบพัฒนาและจัดเทศกาล ที่ส่งผลให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนในเรื่องเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม ภายหลังจากการฟื้นตัวจากโรคระบาดโควิด-19



Photo source from thailandlocaltravel.com


หลักการที่ว่านี้เราได้ ผศ.ดร. ณัฐพงศ์ พันธ์น้อย ภาควิชาการวางเเผนภาคและเมือง คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นหัวหน้านักวิจัยโครงการระดับ Mega Events Thailand Riviera ที่ทำงานร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (TCEB) มาช่วยอธิบายถึงความสำเร็จนี้ ผ่านตัวอย่างของเมืองเพชรบุรี ที่สามารถนำแนวคิดของ Festival Economy มาปรับใช้ และสามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกให้กับจังหวัดเพชรบุรีได้

“การหยิบเอา DNA ของเมืองมาใช้นั้น หลัก ๆ จะเป็นแนวทางในการจัดเทศกาล หนึ่งคือโฟกัสไปที่ทรัพยากรธรรมชาติของจังหวัดเพชรบุรีที่มีความอุดมสมบูรณ์ของป่าไม้ ชายทะเล มีวัตถุดิบอย่างผลไม้ พืชผัก ข้าว เครื่องปรุงต่าง ๆ เช่น เกลือ มีเกษตรกรรม ประมงชายฝั่ง ประมงน้ำจืด ทำสวนชมพู่ ทุ่งนา ป่าแก่งกระจาน ป่ายชายเลน ชายทะเลแหล่งพักผ่อน”



Photo source from itsbetterinthailand.com


ซึ่ง ผศ.ดร. ณัฐพงศ์ กล่าวต่อว่า เพชรบุรีเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยขนบธรรมเนียมประเพณี วิถีชีวิต ที่มีมรดกทางวัฒนธรรม และในด้านของศิลปะ ซึ่งมีเอกลักษณ์ที่เรียกว่า สกุลช่างเมืองเพชร โดยทั้งช่างปูนปั้น ช่างแกะหนังใหญ่ ช่างทอง และวิถีชีวิตที่เกี่ยวกับอาหารคาวและหวาน การละเล่น ร้องเพลงฉ่อย เชิดหนังใหญ่ การแสดงพื้นบ้านชาวไทยทรงดำ ซึ่งทั้งหมดเป็นวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ที่สร้างมนตร์เสน่ห์ และอัตลักษณ์ให้กับจังหวัดได้อย่างดี



Photo source from culture.go.th


“มีมรดกที่จับต้องได้คือโบราณสถานสมัยอยุธยา อย่างเขาวัง วังบ้านปืน พระราชวังมฤคทายวัน มีพื้นที่ชุมชนเมืองเก่า วัดวาอารามต่าง ๆ เป้าหมายที่จะส่งเสริมการพัฒนาเมืองไปสู่เมืองสร้างสรรค์ด้านอาหาร สร้างสรรค์กิจกรรมและผลิตภัณฑ์จากรากฐานมรดกทางวัฒนธรรม” เขากล่าวเสริมก่อนจะบอกว่า DNA ของเมืองเพชรบุรีนั้นมีหลายด้านที่เป็นเอกลักษณ์

“อย่างแรกคือแง่ของความเป็นเมืองแห่งประวัติศาสตร์ ที่มีสถานที่ทางประวัติศาสตร์มากมาย การละเล่นต่าง ๆ ที่สืบทอดมาแต่โบราณ สองคือในแง่ของความเป็นศูนย์รวมวัฒนธรรมสร้างสรรค์ ศิลปะงานออกแบบร่วมสมัย ที่สะท้อนชีวิตประจำวันและแนวคิดของสังคมในยุคนั้น ๆ เช่น งานปูนปั้นดั้งเดิม หรืองานปูนปั้นล้อการเมือง ร้านอาหาร คาเฟ่ต่าง ๆ ที่ประยุกต์อาขนมหวานเมืองเพชรมาสู่อาหารบนโต๊ะกาแฟ ในบรรยากาศร่วมสมัย”



Thailand International Kite Festival @ Cha-Am, Photo source from chaicatawan.com


ส่วนด้านที่สามคือเรื่องของความอุดมสมบูรณ์ด้านวัตถุดิบ อาหารการกิน อาหารทะเล พืชสวนไร่นา ซึ่งก่อให้เกิดเป็นงานเทศกาล ‘พริบพรี ฟู้ดเฟสติวัล เทศกาลสร้างสรรค์ สวรรค์นักกิน’ ที่จะดึงเอาความภาคภูมิใจของชาวเพชรบุรีในทุกมิติมานำเสนอ และส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้เชิงลึกในวัฒนธรรมของชาวเพชรบุรี โดยภายในงานมีกิจกรรมต่าง ๆ ได้แก่ เรียนรู้การทำอาหารและศิลปะท้องถิ่น ชมนิทรรศการอาหารเพชรบุรีและการบริโภคอย่างยั่งยืน ชมการแข่งขันและจัดแสดงอาหารเมนูพิเศษจากวัตถุดิบท้องถิ่น ซึ่งองค์ประกอบทั้งหมดนี้จะนำไปสู่ DNA สุดท้ายที่ทำให้เพชรบุรีเป็นหมุดหมายที่ใครก็ตามที่ได้มาเยือนก็จะได้รับทั้งความอิ่มตา อิ่มกาย และอิ่มใจกลับไป

“นั่นคือเรื่องของการได้รำลึกความหลัง” เขากล่าวพร้อมกับแววตาที่ส่องประกายด้วยความสุข

“ผู้มาเยือนสามารถสัมผัสถึงวิถีชีวิตที่เคยได้สัมผัสในวัยเยาว์ ทั้งเรื่องอาหารการกิน การละเล่น บรรยากาศของเมือง ผู้คน ความทรงจำต่าง ๆ เมืองเพชรบุรียังคงเอาบรรยากาศในช่วงราวปี พ.ศ. 2510 เอาไว้ในหลายจุด สิ่งเหล่านี้ส่งผลให้การมาเยือนไม่เพียงดื่มด่ำวัฒนธรรมดั้งเดิม วัฒนธรรมร่วมสมัยเท่านั้น แต่ยังให้ผู้สูงอายุได้รำลึกถึงช่วงเวลาในวัยเด็ก และให้คนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้วิถีชีวิต ขนบธรรมเนียมประเพณีในอดีตด้วย”

Photo source from mgronline.com


ด้วยหลักการของ Festival Economy จึงนําไปสู่เป้าหมายเพื่อการสืบทอด และถ่ายทอดคุณค่าที่มีในวัฒนธรรมอาหาร และช่างฝีมือไปสู่บุคคลภายนอก สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับเกษตรกรและ ผู้ประกอบการรายย่อย ซึ่งการใช้หลักการของ City DNA ทําให้เมืองเพชรบุรีโดดเด่นขึ้นมา ในฐานะเมืองแห่งความคิดสร้างสรรค์จากงานศิลปะ งานช่าง และวัฒนธรรมของอาหารการกินอย่างเต็มรูปแบบ ยังเป็นตัวอย่างที่ดี ในการศึกษาถึงเรื่องการออกแบบเทศกาลที่ใช้อัตลักษณ์ของเมืองมาสร้างเป็นเอกลักษณ์ และเป็นแนวทางให้กับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการ หรือคนในชุมชน นำมาใช้เป็นยุทธศาสตร์ในการผลักดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์เมืองได้อย่างยั่งยืน

5 views0 comments