พระแม่ธรณี คือ สินทรัพย์ของมรดกเมืองโคราช สู่งาน Interkeramos Korat Clay Festival


ปราสาทหินพิมาย, Photo source from silpa-mag.com

นครราชสีมา หรือโคราช เป็นเมืองที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์มาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เป็นพื้นที่ทางผ่านระหว่างภาคกลางกับภาคอีสานของประเทศไทย มีเมืองหน้าด่านที่เรียกว่า “ด่านกระโทก” ซึ่งเป็นเส้นทางการค้าทางบกระหว่างนครราชสีมากับชายแดนกัมพูชา ตั้งอยู่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำมูล ซึ่งมีความอุดมสมบูรณ์ค่อนข้างมาก คนท้องถิ่นส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำไร่ทำนาและค้าขายพืชผลทางการเกษตร

และด้วยความที่ในสมัยก่อนมีพ่อค้าเกวียนจำนวนมาก มาหยุดพักกองคาราวานในบริเวณนี้ ชุมชนดังกล่าวจึงถูกเรียก ชื่อใหม่ว่า “ด่านเกวียน ผู้ที่อาศัยอยู่ในชุมชนด่านเกวียนมักจะใช้เวลาในช่วงที่ว่างจากการทำเกษตรกรรมมาผลิตเครื่องปั้นดินเผาชนิดต่าง ๆ ไว้ใช้ในครัวเรือน รวมทั้งนำบางส่วนที่ผลิตได้ขนขึ้นเกวียนไปค้าขาย หรือแลกเปลี่ยนสินค้ากับประเทศกัมพูชาด้วย ถ่ายทอดภูมิปัญญาพื้นบ้านจากรุ่นสู่รุ่น



ชาวโคราช พ่อค้าเกวียนบรรทุกสินค้าไปขาย, Photo source from silpa-mag.com

การทำเครื่องปั้นดินเผาด่านเกวียน ต้องอาศัยความพิถีพิถันมาตั้งแต่การเลือกสรรวัตถุดิบ ซึ่งต้องใช้ดินในพื้นที่เท่านั้น เพราะเป็นดินเหนียวเนื้อละเอียดคุณภาพดี มีสีแดงและสีน้ำตาลดำ โดยมักขุดขึ้นมาจากบริเวณที่เรียกว่า “กุด” ซึ่งเป็นบริเวณแนวกัดเซาะของริมฝั่งแม่น้ำ มีแร่ธาตุต่าง ๆ โดยเฉพาะแร่เหล็กสะสมอยู่ในเนื้อดินค่อนข้างมาก และด้วยความละเอียดของเนื้อดินจึงทำให้ง่ายต่อการปั้นขึ้นรูป ไม่บิดเบี้ยว และทนทานต่อการเผาในอุณหภูมิสูง


ด้วยเหตุนี้เองที่ทำให้ ดินด่านเกวียน หรือที่ชาวบ้านด่านเกวียนเรียกว่าพระแม่ธรณีนั้น มีความสำคัญทั้งในด้านอัตลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร มีเรื่องราวที่น่าสนใจ และความร่วมมือร่วมใจของชุมชนด่านเกวียน ที่มีทักษะการทำเครื่องปั้นดินเผาอยู่ในสายเลือด และช่วยกันผลักดันให้เกิดเทศกาลขึ้นในแต่ละปี งานเทศกาลที่จัดขึ้นด้วยภูมิปัญญาไทย ที่ผ่านมามีการจัดเป็นงานเล็ก ๆ ในชุมชน เมือง จังหวัด ขยายไปจนถึงระดับประเทศ ที่คุ้นเคยกันดีมีอยู่หลายเทศกาล อย่างงานสารทเดือนสิบ กินเจ แห่เทียนพรรษา สงกรานต์



เครื่องปั้นดินเผาด่านเกวียน, Photo source from mgronline.com

ส่วนที่ไปไกลถึงงานระดับโลกและเพิ่งจัดไปเมื่อปลายปี 2564 คือ เทศกาลเครื่องปั้นดินเผานานาชาติโคราช หรือ Interkeramos Korat Clay Festival ด้วยความร่วมมือของผู้คนมากมายที่มีใจรัก นิยมชมชอบในสิ่งเดียวกัน ทั้งปราชญ์ชาวบ้าน ช่างพื้นเมือง คนในชุมชน ผู้ประกอบการ ผู้สนับสนุนจากภาครัฐและเอกชน ผู้สร้างสรรค์งาน ศิลปินชาวไทยและต่างประเทศ ไปจนถึงผู้สนใจ นักท่องเที่ยว หรือที่เรียกกันตอนนี้ว่า Festival Goer


คุณหนืด นิมิตร พิพิธกุล ในฐานะ Festival Developer งานเทศกาล Interkeramos Korat Clay Festival ได้เล่าถึงงานนี้ เพื่อขยายให้เห็นภาพเครือข่ายผู้จัดงานด้วยภูมิปัญญาไทย งานนี้เดิมมาจากกลุ่มดินเผาร่วมสมัย ที่ช่างชาวบ้านในด่านเกวียนรวมตัวกันเป็นเครือข่ายอย่างหลวม ๆ จนเราเข้าไปจุดประกายให้จดเป็น IKTHAI ซึ่งเป็นวิสาหกิจชุมชน มีการจับมือกันอย่างน้อย 8 สตูดิโอ และกลุ่มที่ลงทะเบียนเป็นสมาชิกซึ่งเป็นคนทำงานตัวจริง รวมทั้งกลุ่ม SME ที่เข้ามาร่วม IKTHAI จึงเป็นกลุ่มตัวแทนของการจะไปสร้างเครือข่ายที่แข็งแรงต่อไป จากการทำเครือข่ายแบบ Community group


Virtual Exhibition, Interkeramos Korat Clay Festival 2021

เทศกาลเครื่องปั้นดินเผานานาชาติโคราช ได้รับคำชื่นชมจากเหล่าศิลปินนักปั้นนานาชาติจาก 30 ประเทศทั่วโลก ในการใช้ Virtual Exhibition นวัตกรรมที่ทำให้คนเข้าถึงการชมผลงาน และการเจรจาธุรกิจ Online Business Matching ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงรูปแบบการจัดงานที่ครบถ้วนด้วยเนื้อหาสาระและกิจกรรมที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นการจัดสัมมนา นำเสนอแนวคิดทั้งทางด้านวัสดุ ได้แก่ “ภูมิ-ดิน” ภูมิปัญญาด่านเกวียน จากเครื่องปั้นดินเผาสู่องค์ประกอบทางสถาปัตยกรรม ดร.ศิริวัฒน์ สาระเขตต์ คณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล กับแนวทางการฟื้นฟูงานดินด่านเกวียนสู่การสร้างสรรค์ เชิงสถาปัตยกรรม




การจัดสัมมนาแนวทางสร้างสรรค์ สร้างคุณค่า มูลค่าจาก Ceramic Arts Toy จากประติมากรรมงานปั้น สู่งานโมเดลร่วมสมัย, การจัดสัมมนาธุรกิจการตลาดกับความท้าทายใหม่ ๆ ในการผลักดันเครื่องปั้นดินเผาและเซรามิกให้เชื่อมต่อกับตลาดโลก, การอบรมเชิงปฏิบัติการปั้นภาชนะทรงปากแตร กาแฟดริปและงานปั้นเพื่อการบริโภค และ Workshop Clay โดย สตูดิโอกาลิโก ศิลปินไทย การเปิดทริป โปรแกรม Study Tour โดย ik thai ในการสร้างเส้นทางท่องเที่ยวแนวใหม่ ท่องเที่ยวเพื่อเพิ่มพูนความรู้ ดูงานศิลป์ สนุกปั้นดิน กินอาหารพื้นเมือง


ก้าวต่อไปหลังจากงานเทศกาลนี้ ที่เห็นชัดเจนคือ ศิลปินชาวบ้าน การผลิตและนำเสนองานของ 8 สตูดิโอมีความแข็งแรงขึ้น จะมีการผลักดันให้ด่านเกวียนออกไปโรดโชว์ในเชิงคุณภาพ เพื่อไปหาเพื่อน ไม่ใช่ออกไปเพื่อโฆษณาตัวเอง แต่ไปพูดคุยหาเครือข่าย ทั้งเรื่องของดิน เรื่องของงานปั้น เรื่องของความสัมพันธ์อันหลากหลายที่ใช้ความเป็นศิลปินที่ต่างเคารพในภูมิปัญญา ประเพณีท้องถิ่นที่แตกต่างกัน อีกเรื่องคือการสร้างมูลค่าเพิ่ม คือ Study tour จะทำต่อจากที่ทำจากด่านเกวียนไปปราสาทหินพิมาย เป็นทัวร์ที่ไม่ใช่ขายแหล่งท่องเที่ยว แต่เป็นการขายความรู้ของแหล่งท่องเที่ยว ไปจนถึงการร่วมมือกับภูมิปัญญาหรืองานเทศกาลอื่น เช่น อาร์ตทอย เซรามิกส์ แต่ต้องใช้เวลาพัฒนากันพอสมควร


“สิ่งสำคัญคือตอนนี้ คือเราต้องสร้างเครือข่ายให้แข็งแกร่งขึ้น แล้วเครือข่ายนี่แหละที่จะสร้างให้เรามีตัวตนที่ชัดเจนขึ้นมีความเข้าใจต่อสิ่งที่นำเสนอมากขึ้น”



1 view0 comments