ลิขสิทธิ์ของงานเทศกาลคืออะไร ? และมีความสำคัญอย่างไรต่อเมืองเจ้าภาพ

Tomorrowland, Photo source from edmnomad.com


ทำไมงานเทศกาลต้องมีลิขสิทธิ์ และลิขสิทธิ์ของงานเทศกาลคืออะไร 2 คำถามนี้เชื่อว่าเป็นเรื่องใหม่สำหรับประเทศไทยที่ต้องทำความเข้าใจ ซึ่งในระบบสากลคือการให้ความสนใจในการเข้าร่วมงานเทศกาล ผู้เข้าร่วมมักจะเลือกเข้างานเทศกาลลิขสิทธิ์มากกว่างานทั่วไปที่ไม่มีลิขสิทธิ์ อย่างเช่นงานเทศกาลดนตรีลิขสิทธิ์ระดับโลก, งานวิ่งมาราธอนที่ได้มาตราฐานและลิขสิทธิ์ World Athletics Road Race Label และอื่น ๆ เนื่องจากงานประเภทที่มีหรือเป็นลิขสิทธิ์ ย่อมบ่งบอกถึงมาตราฐานการจัดงานที่เป็นรูปแบบสากล รวมกระทั่งการมีคู่มือการจัดเทศกาลประกอบ และองค์กรประกอบอื่น ๆ ที่ได้ “มาตรฐานเดียว” เพราะฉะนั้นสิ่งที่เรียกว่า สากล จะเท่ากับมาตรฐาน รวมไปถึงงานมาตรฐานสากลส่วนใหญ่ในระดับนานาชาติ จะมีการจดลิขสิทธิ์ และ/หรือลงทะเบียนสิทธิ์ในสถาบันที่น่าเชื่อถือทั้งในระดับประเทศ และระดับนานาชาติ เพื่อปกป้องการลอกเลียนแบบในความเป็นเอกลักษณ์ เอกสิทธิ์และมาตรฐานสากล มันเป็นเครื่องมือที่จะบ่งบอกตัวงานเทศกาลที่ได้ยกระดับกับการมีตัวตนทั้งในระดับประเทศ และนานาชาติ


Photo source from licensinginternational.org



ลิขสิทธิ์ของงานเทศกาล คือหนึ่งในเครื่องมือที่มีการยืนยันตัวตน ความมีเอกลักษณ์ทางธุรกิจที่ไม่เหมือนใครตามกระบวนการทางกฎหมายไม่ว่าจะเป็นการคุ้มครอง ระดับประเทศหรือระดับนานาชาติ เริ่มจากการจดลิขสิทธิ์ เครื่องหมายการค้า (Trademark) ของงาน จนถึงการจดทะเบียนลิขสิทธิ์ (Copy Right) ซึ่งใช้ระยะเวลา 2 ปี หากไม่พบการละเมิดสิทธิ์ใด ๆ เรื่องการลอกเลียนแบบ หรือมีความใกล้เคียงที่อาจจะถึงขั้นแจ้งและ/หรือประท้วงการมีความเหมือน เราก็จะได้ลิขสิทธิ์นั้นไปครอบครอง แปลว่าหลังจากนั้นก็ถึงเวลาที่เจ้าของลิขสิทธิ์จะสามารถทำกระบวนการตลาดได้แบบ 360 องศา เพื่อต่อยอดการเป็นเจ้าของสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบการซื้อ-ขายลิขสิทธิ์ของงานเทศกาลเพื่อจะนำไปจัดงานนอกพื้นที่ โดยที่เจ้าของงานลิขสิทธิ์จะต้องจัดเตรียมระบบคู่มือต่าง ๆ ให้แก่ผู้รับสิทธิ์ใด ๆ (licensee) ในพื้นที่นั้น ๆ ไม่เพียงเท่านั้นเพื่อเป็นการขยายพื้นที่ทางการตลาดทั้งในและนานาชาติ

“ลิขสิทธิ์” ยังมีความหมายเพิ่มเติม ที่ต่อยอดไปถึงการจดสิทธิบัตรงานเทศกาล หากมีเรื่องการพัฒนานวัตกรรมของงานในรูปแบบที่จับต้องได้ ไม่ว่าชิ้นงานและ/หรือเทศกาลงานศิลปะที่มีเอกลักษณ์ ที่พิสูจน์เรื่องการเป็นหนึ่งเดียวของโลก ก็จะสามารถนำมาสู่การจดสิทธิบัตร แปลว่างานเทศกาลที่มีลิขสิทธิ์ ยังไม่ใช่งานเทศกาลสิทธิบัตรเพราะต่างกันด้วยนัยยะ ซึ่งสาระของลิขสิทธิ์คือจะต้องมีเอกลักษณ์ที่ตั้งแต่เป็นสื่อไปจนถึงสิ่งจับต้องได้ แต่สิทธิบัตรงานเทศกาลจะต้องพิสูจน์เรื่องการจับต้องได้อย่างเดียวเท่านั้น และต้องมีชิ้นเดียวในโลกเท่านั้น


Glastonbury Festival, Photo source from theguardian.com


สำหรับงานลิขสิทธิ์ งานเทศกาลดนตรีลิขสิทธิ์ อาทิ Tomorrowland (Belgium), Summer Sonic (Japan), Glastonbury (UK) และ/หรือที่ต่าง ๆ ทั่วโลก ล้วนแล้วแต่สร้างมาตรฐานและคู่มือในการทำการตลาดกันอย่างกว้าง หรือแม้กระทั่งงานลิขสิทธิ์ระดับโลกอย่าง World Expo, World Specialize Expo ก็ล้วนแล้วแต่เป็นงานเมืองเจ้าภาพทั่วโลกต้องการประมูลสิทธิ์เพื่อเข้ามาจัดในเมืองของตัวเองทั้งสิ้น นั่นหมายความว่างานเทศกาลลิขสิทธิ์ต่าง ๆ ที่เอ่ยตัวอย่างถึงเบื้องต้นมันคือเครื่องชี้วัดมาตรฐานระดับนานาชาติและระดับโลกที่เต็มไปด้วยองค์ความรู้อย่างมีมาตรฐานเดียวและระดับสูงทีเดียว



Summer Sonic Festival, Photo source from valve-magazine.net

International specialize expo, Photo source from tunza.eco-generation.org


และสำหรับงานเทศกาลที่มีลิขสิทธิ์ในเมืองไทยยังถือว่าอยู่ในยุคเริ่มต้นพัฒนา และมีอยู่น้อยราย และส่วนใหญ่ก็เป็นภาคเอกชนที่มีความพยายามผลักดันในเกิดมากขึ้น แต่ก็ยังมีอุปสรรคอยู่มากในการพัฒนาและต่อยอดเรื่องการสร้างงานเทศกาลที่มีลิขสิทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งความเป็นจริงจะต้องมีภาครัฐที่จะต้องเข้ามามีบทบาทร่วมมือ และสนับสนุนอย่างจริงจัง ซึ่งนั่นหมายถึงอาจจะต้องเริ่มบ่มเพาะจากเทศกาลในเมืองต่าง ๆของตัวเองที่เรียกว่า Traditional Festival หรือเทศกาลประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่น และ/หรือสร้างเทศกาลใหม่ หรือ New Home Grown Festival ซึ่งอาจจะต้องเริ่มต้นจากการเรียนลัดและร่วมทำงานร่วมกับเจ้าของลิขสิทธิ์ระดับนานาชาติ เพื่อที่จะได้นำองค์ความรู้มาพัฒนาและประยุกต์ใช้กับเทศกาลของตัวเอง ซึ่งข้อดีของการร่วมสร้างงานกับเจ้าของสิทธิ์ระดับระดับโลกคือการที่จะได้เรียนรู้จากผู้มีประสบการณ์ในการสร้างตลาดในระดับนานาชาติและระดับโลก และรวมถึงการจัดการฐานข้อมูล (Fan Base) ระดับนานาชาติ และระดับโลกที่ถือเป็นสูตรสำคัญที่ไม่ว่าเทศกาลลิขสิทธิ์ไหน ๆ ก็ต้องมี


Edinburgh Festival Fringe: The Largest Arts Festival in the World, Photo source from iexplore.com


ทั้งนี้ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอีกต่อไปที่เมืองเจ้าภาพอาจจะต้องเรียนรู้ และเปิดประตูสร้างโอกาสในการดึงลิขสิทธิ์ ประมูลสิทธิ์ และ/หรือสร้างลิขสิทธิ์ของตัวเองเพื่อเป็นการสร้างแนวทาง หรือทิศทางในการส่งเสริมการสร้างงานเทศกาลอย่างยั่งยืน แบบที่ควรมีลิขสิทธิ์อย่างจริงจังเสียที เพราะเราจะเห็นได้จากแนวทาง และทิศทางของโลกที่กำลังขับเคลื่อนไปแบบก้าวหน้าเร็วมีความต้องการในการสร้างระบบเศรษฐกิจใหม่ เพื่อเตรียมสร้าง legacy ใหม่ให้กับเมืองโดยใช้งานเทศกาลเป็นเครื่องมือ แต่อะไรที่ตอบโจทย์การทำเรื่องนี้ และ นั่นก็คือการมีงานเทศกาลที่แต่ละเมืองก็ควรจดพิจารณาเรื่องลิขสิทธิ์นั่นเอง เราถึงจะเริ่มนับหนึ่งได้ในเวทีระดับประเทศ นานาชาติ และระดับโลกในที่สุด

3 views0 comments