สร้างงานเทศกาลอย่างไรให้ได้มรดกเมือง ไปสู่งานเทศกาลระดับโลก



Rio Carnival, Photo source from travelbeginsat40.com

คุณเคยอยากไปประเทศไหน เพื่อชมเทศกาลของประเทศนั้น ๆ หรือไม่? หรือเพียงแค่ได้ยินชื่อของงานเทศกาล ก็นึกถึงประเทศหรือสถานที่จัดเทศกาลนั้นได้เลยทันที ถ้าหากคุณยังนึกไม่ออก ลองคิดถึงเทศกาลระดับโลกอย่าง เทศกาลหิมะที่ซัปโปะโระ (The Sapporo Snow Festival) ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีจุดเริ่มตั้งแต่ปี ค.ศ. 1950 จากการที่เด็กมัธยมชาวญี่ปุ่นได้ช่วยกันปั้นหิมะจนกลายเป็นประติมากรรมสุดยิ่งใหญ่ที่สวนโอโดะริ จนผู้คนให้ความสนใจอย่างมาก และมันก็กลายเป็นเทศกาลอันน่าสนใจในเวลาต่อมากระทั่งทุกวันนี้ หรือเทศกาลวันแห่งความตาย (Day of the Dead) ประเทศเม็กซิโก เป็นวันหยุดของชาวเม็กซิกัน ที่ทุกคนจะรวมใจกันอธิษฐานและสวดมนต์ถึงบรรดาครอบครัว หรือเพื่อนที่ล่วงลับให้ไปสู่สุคติ นอกจากนี้ยังมีการเดินขบวนของประชาชนที่แต่งกายด้วยเสื้อผ้าและขนนกคล้ายกับอินเดียแดง และมีการเขียนหน้าหรือใส่หน้ากากรูปแบบต่าง ๆ ถือเป็นอีกหนึ่งเทศกาลที่ทำให้ประเทศเม็กซิโก สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติจากทั่วโลก สร้างรายได้ กระตุ้นเศรษฐกิจให้แก่ประเทศได้เป็นกอบเป็นกำ


The Sapporo Snow Festival, Photo source from sapporo.travel/th

Day of the Dead, Photo source from dailysabah.com

ทั้ง 2 เทศกาลนั้น มีความแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง แต่สิ่งที่เหมือนกันคือ คนหลากหลายเชื้อชาติจากทั่วโลก ยอมเสียค่าใช้จ่ายมากมายเพื่อจะได้เห็นเทศกาลเหล่านั้นครั้งหนึ่งในชีวิต อะไรกันที่เป็นสิ่งที่ทำให้เทศกาลเหล่านั้น ดึงดูดใจนักท่องเที่ยวได้ขนาดนั้น ? อะไรเป็นสิ่งที่ทำให้งานเทศกาลระดับเมือง กลายเป็นเทศกาลระดับประเทศ จนไปถึงเทศกาลระดับโลก ? เราจะเห็นได้ว่า ทั้ง 2 เทศกาลนั้น มีการนำเสนออัตลักษณ์ ความเฉพาะตัวของท้องถิ่นของเมืองนั้น ๆ ไว้ ถึงแม้ว่าประเทศอื่น ๆ จะทำตาม ก็ไม่สามารถทำได้เหมือน..


เอกลักษณ์ของงานเทศกาลนั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการจัดการให้น่าสนใจเท่านั้น แต่เทศกาลเหล่านั้นกลับสอดแทรกความเป็นวัฒนธรรมท้องถิ่น กลิ่นอาย เสน่ห์ของเมืองไว้อย่างลงตัว นักท่องเที่ยวไม่เพียงแค่ไปเยี่ยมชมเทศกาล แต่ยังได้เสพความเป็นอัตลักษณ์ของเมืองอันมีมนต์เสน่ห์กลับไปด้วย



Fulong International Sand Sculpture Art Festival, Photo source from acruisingcouple.com

หากเราอยากสร้างงานเทศกาลให้ได้มรดกเมือง ไปสู่งานเทศกาลระดับโลกนั้น นักสร้างสรรค์งานเทศกาล คงต้องคิดและวิเคราะห์ก่อนว่า จุดขายของเมือง หรืออัตลักษณ์ของเมือง นั้นมีความโดดเด่นอะไร การสร้างงานเทศกาลนานาชาติ ต้องเกิดจากการสร้างสรรค์ต่อยอด และออกแบบให้เกิด ประสบการณ์ใหม่ รวมถึงประสบการณ์ร่วม ด้วยการใช้ DNA ของเมือง อันได้แก่ การมีส่วนร่วมของชุมชน การสะท้อนวัฒนธรรมของชุมชน และดึงเอกลักษณ์ท้องถิ่นออกมาใช้ให้เกิดความสร้างสรรค์และน่าสนใจมากที่สุด



The 35th Harbin International Ice and Snow Sculpture Festival, Photo source from edition.cnn.com

การสร้างกิจกรรม หรืองานเทศกาลที่สร้างความยั่งยืนให้กับสิ่งแวดล้อมและชุมชน ถือเป็นการ สร้างสรรค์ต่อยอด จากสิ่งดั้งเดิมที่มีอยู่ในท้องถิ่นหรือพื้นที่ ให้มีมูลค่าและศักยภาพ สร้างประโยชน์แก่ชุมชนโดยรอบ นำไปสู่ปัจจัยสู่แห่งความสำเร็จของงานเทศกาล ที่ประกอบขึ้นจากอัตลักษณ์ของเมืองที่เด่นชัด


อีกสิ่งสำคัญนอกเหนือจากการนำเสนออัตลักษณ์ชุมชนอย่างสร้างสรรค์ คือการทำให้คนในชุมชนท้องถิ่นเกิดความเชื่อว่างานเทศกาลเป็นเรื่องของทุกคน เพราะงานเทศกาลนั้นจะนำไปสู่การสร้างเศรษฐกิจชุมชน และการพัฒนาเมืองอย่างรอบด้าน รวมถึงสร้างรายได้เข้าประเทศ เมื่อคนในชุมชนมีความพร้อมในการต้อนรับนักท่องเที่ยว ย่อมส่งผลให้ผู้มาเยือนจะสัมผัสได้ถึงการต้อนรับ ได้เรียนรู้วัฒนธรรม และได้รู้จักกับชีวิตความเป็นอยู่อันมีเสน่ห์ของท้องถิ่นอย่างเต็มที่ ทำให้เกิดความอยากกลับมาเยือนท้องที่นั้น ๆ อีกครั้งในอนาคต การสร้างประสบการณ์ใหม่และประสบการณ์ร่วม ถือเป็นคีย์เวิร์ดที่สำคัญในการสร้างมรดกที่ยั่งยืนให้กับเมืองหรือมรดกเมือง การถ่ายทอดเรื่องราวของเมืองที่น่าสนใจ การมีความพร้อมของพื้นที่ รวมถึงการมีพันธมิตรต่างชาติ การสร้างแฟนพันธ์แท้ศิลปิน และกลุ่มธุรกิจของการจัดงาน ล้วนเป็นสิ่งที่สร้างความประทับใจ และผลักดันทำให้วัฒนธรรมท้องถิ่นแพร่หลายเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก จนสามารถยกระดับไปสู่การเป็นงานเทศกาลนานาชาติระดับโลกต่อไปอย่างยั่งยืน



Yee Peng and Loy Krathong festivals - Chiang Mai, Photo source from matadornetwork.com


เมืองไทยเป็นเมืองแห่งรอยยิ้ม เป็นเมืองแห่งสีสันและความสนุกสนาน เป็นครัวของโลก นอกจากนั้นแต่ละจังหวัด แต่ละภูมิภาคนั้น มีอัตลักษณ์ท้องถิ่นและความน่าสนใจที่หลากหลาย คงไม่ใช่เรื่องที่ยากนัก หากเราหันมาให้ความสนใจ และสร้างสรรค์เทศกาลอันจะเป็นมรดกแห่งเมือง ไปสู่ตลาดโลกต่อไปในอนาคต..

3 views0 comments