อะไรคือ Festival Economy


Photo source from Archdaily.com

ในอดีตเราอาจจะเข้าใจความหมายของคำว่า Festival หรืองานเทศกาลนั้น เป็นแค่กิจกรรมที่จัดขึ้นโดยชุมชนท้องถิ่นเพื่อเฉลิมฉลอง


หรือรักษาเอกลักษณ์ ขนบธรรมเนียมประเพณี ความเชื่อต่าง ๆ ของชุมชนนั้น ๆ อาทิ เทศกาลสงกรานต์ ลอยกระทง สารทไทย สารทจีน ตรุษจีน เทศกาลกินเจ ฮัลโลวีน หรือคริสต์มาส เป็นต้น


แต่ในปัจจุบัน Festival หรืองานเทศกาลนั้น ได้สร้างอะไรมากมายให้กับชุมชนท้องถิ่นที่จัดงานเหล่านั้นขึ้น โดยถือเป็นเครื่องมือชิ้นหนึ่งที่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจและนำรายได้เข้าสู่พื้นที่ได้อย่างรวดเร็ว และถือเป็นเทรนด์ใหม่ที่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลก อาทิ งาน Art Biennale วันนี้ได้กลายเป็นแบรนด์ดังระดับโลกที่เกี่ยวข้องกับเทศกาลศิลปะ โดยมีจุดกำเนิดจากงาน Venice Art Biennale จากเมืองเวนิส ประเทศอิตาลี ซึ่งงานดังกล่าวนั้นเป็นมหกรรมศิลปะที่ยิ่งใหญ่และมีความเก่าแก่ที่สุดในโลก โดยในปัจจุบันงาน Art Biennale ถูกจำหน่ายออกไปจัดในหลายภูมิภาคทั่วโลก โดยจะถูกนำไปต่อท้ายชื่อเมืองหรือชื่อประเทศ อย่างในเอเชียมีที่สิงคโปร์ ฮ่องกง อินโดนีเซีย เกาหลี หรืออย่างในประเทศไทย ก็มี Thailand Biennale Krabi และเมืองล่าสุดอย่าง Thailand Biennale Korat เป็นต้น

The 58th International Art Event La Biennale di Venezia by: yellowtrace.com.au

หรือแม้แต่งานเทศกาลดนตรีแนวอิเล็กทรอนิกส์แดนซ์ อย่าง Tomorrowland ที่เปลี่ยนให้เมืองบูม ประเทศเบลเยี่ยม เป็นหนึ่งในจุดหมายที่สำคัญของสาวกอิเล็กทรอนิกส์แดนซ์นั้น ต้องไปเยือนให้ได้ซักครั้งในชีวิต โดยช่วงวันจัดงานนั้นมีคนเข้าร่วมประมาณกว่าแสนคน ซึ่งสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจในช่วงเวลาดังกล่าวอย่างมหาศาล


Photo source from 2019 Book of Wisdom, The Return

กลับมาที่คำว่า Festival Economy คืออะไร และสำคัญอย่างไรต่อการพัฒนาและเติบโตของชุมชน Festival Economy นั้นก็คือ การพัฒนาและสร้างมรดกทางเศรษฐกิจด้วยการจัดงานให้กับเมืองหรือชุมชน โดยเน้นการใช้อัตลักษณ์ของเมืองนั้น ๆ ในการออกแบบกิจกรรม ซึ่งจะเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการดึงดูดกลุ่มนักเดินทางเพื่อแสวงหาประสบการณ์รูปแบบใหม่ หรือ Festival Goer ซึ่งกลุ่มนี้เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีกำลังซื้อสูง และต้องการแสวงหาประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้กับตัวเอง นอกจากนี้ผลพวงของการใช้งานเทศกาลมาเป็นกลไกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของเมืองนั้นก่อให้เกิดประโยชน์ต่าง ๆ อาทิ การนำรายได้เข้าสู่เมืองและชุมชน ได้อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นการใช้บริการพื้นฐาน เช่น ที่พัก รถเช่า ร้านอาหาร ร้านกาแฟ หรือแม้แต่รายขายของที่ระลึก นอกจากนี้ งานเทศกาลยังเป็นตัวช่วยในการอนุรักษ์วัฒนธรรม หรือประเพณีที่สำคัญ เพราะถือว่าสิ่งเหล่านี้เป็นอัตลักษณ์ที่สำคัญของเมือง ทำให้เกิดความแตกต่างจากเมืองอื่น ๆ ถือเป็นจุดขายที่สำคัญ ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่หาไม่ได้จากที่อื่น ๆ




อย่างไรก็ดีสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ถ้าไม่ได้ผ่านกระบวนการต่อยอด หรือไม่ได้รับความร่วมมือจากชุมชน มันก็จะเป็นแค่ประเพณีที่อยู่ในชุมชนเท่านั้น แต่เมื่อไรที่มีคนในพื้นที่ร่วมมือร่วมใจอยากพัฒนา และชูอัตลักษณ์ของเมืองให้เป็นเรื่องราวผ่านการจัดงานเทศกาล เมื่อนั้นงานเทศกาลเหล่านี้ก็จะเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการสร้างความยั่งยืนทางเศรษฐกิจต่อไป และวันใดที่สามารถยกระดับงานเทศกาลให้เป็นระดับโลก มีชื่อเสียงที่ดึงดูดนักเดินทางทั้งไทยและต่างประเทศเข้ามาได้ นั่นแหละคือผลลัพธ์จากการสร้างสรรค์มรดกทางเศรษฐกิจด้วยงานเทศกาล หรือ Festival Economy นั่นเอง

3 views0 comments