เทรนด์ของโลกเรื่องเมืองสิ่งแวดล้อม ต้นแบบเมืองแห่งสิ่งแวดล้อมโลก ตอนที่ 1 Copenhagen, Denmark


Photo source from visitdenmark.de

หากจะเอ่ยถึงเมืองสีเขียว หรือ Green City เชื่อว่าชื่อของเมืองโคเปนเฮเกน (Copenhagen) เมืองหลวงของเดนมาร์ก ประเทศที่มีความสุขที่สุดอันดับ 2 ของโลก ถูกขานว่าเป็นเมืองในเทพนิยาย และเป็นเมืองที่น่าอยู่ที่สุดในโลก จะต้องอยู่ในอันดับต้น ๆ


ด้วยสภาวะวิกฤติโลกร้อน ภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง (Climate Change) ประเทศต่าง ๆ ลุกขึ้นมาตระหนักถึงการรักษ์โลก ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และส่งเสริมความเป็นอยู่ของผู้คนให้ดีขึ้น เมืองโคเปนเฮเกน คือหนึ่งในเมืองที่วางแผนเรื่องสภาพแวดล้อม และเป็นเมืองที่ครบเครื่องเรื่องความยั่งยืนอันดับหนึ่งของโลก จากการจัดอันดับในนิตยสาร Time Out



Photo source from timeout.com


โคเปนเฮเกน มีนโยบายการพัฒนาเมืองมุ่งเน้นไปที่การสัญจรที่ยั่งยืน (Mobility) การยุติการปล่อยมลพิษ (Pollution) และการใช้พลังงานหมุนเวียน (Energy) เมืองหลวงแห่งนี้ ได้รับฉายาว่าเป็นเมืองที่เป็นมิตรกับจักรยานมากที่สุดในโลก ชาวโคเปนเฮเกนทุกคนปั่นจักรยาน มากกว่า 62 เปอร์เซ็นต์ใช้จักรยานเป็นพาหนะหลักในชีวิตประจำวัน ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา มีการลงทุนในการสร้างระบบสาธารณูปโภค เพื่อจักรยานอย่างมีคุณภาพโดยทุ่มงบประมาณกว่า 3,800 ล้านบาท เพื่อปรับปรุงพื้นที่ ถนนหนทาง สร้างเลนจักรยาน และสร้างสะพานสำหรับจักรยานโดยเฉพาะ ทำให้ตอนนี้โคเปนเฮเกนมีเลนจักรยานยาวรวมกันทั้งหมดราว 400 กิโลเมตร และมีจุดจอดจักรยานกว่า 48,000 แห่ง โคเปนเฮเกนกำหนดเป้าหมายของตัวเองไว้อย่างชัดเจนคือ การเป็นเมืองที่ดีที่สุดของโลกสำหรับนักปั่นจักรยาน (World’s Best City for Cyclists)



CopenHill Photo source from qz.com

อีกหนึ่งนวัตกรรมสู่ความยั่งยืนที่ไม่กล่าวถึงไม่ได้คือ โคเปนฮิลล์ (CopenHill) โรงงานผลิตพลังงานจากขยะที่ใหญ่ที่สุดและสะอาดที่สุด ที่ใช้เทคโนโลยีล้ำสมัยในการเปลี่ยนขยะปีละ 485,000 ตันเป็นพลังงาน (Waste to Energy Power Plant) นอกจากจะผลิตพลังงานไฟฟ้าป้อน 30,000 ครัวเรือน และผลิตความร้อนแก่ 72,000 ครัวเรือน โคเปนฮิลล์ยังเป็นศูนย์การศึกษาด้านสิ่งแวดล้อมและสถานที่ท่องเที่ยว ที่มีเนินสกีเทียมเปิดตลอดทั้งปี รวมถึงเส้นทางวิ่งและผนังปีนผา 100 เมตรที่สูงที่สุดในโลก โคเปนฮิลล์ลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 100,000 ตันต่อปี และช่วยให้โคเปนเฮเกนสามารถนำขยะโลหะกลับมาใช้ใหม่ได้ 90 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้การกลั่นตัวเป็นหยดน้ำของก๊าซไอเสีย ทำให้โรงงานสามารถกู้น้ำได้ 100 ล้านลิตร และนำขี้เถ้าด้านล่างจากการเผา 100,000 ตันมาใช้เป็นวัสดุทำถนนได้อีก


Free Skiing on Top of CopenHill Photo source from mymodernmet.com

เมืองโคเปนเฮเกนยังมีหนึ่งนโยบายที่สำคัญคือ เป้าหมายในการเป็นเมืองที่ปราศจากคาร์บอนฯ ภายในปี ค.ศ. 2025 ในแง่ของประสิทธิภาพการทำงานของพลังงาน มีการประมาณการว่า 75 เปอร์เซ็นต์ของการลดคาร์บอนฯ จะมาจากโครงการที่เกี่ยวข้องกับระบบพลังงานของเมืองส่วนใหญ่ โดยมาจากการใช้พลังงานทดแทนที่เพิ่มมากขึ้นนั่นเอง

Photo source from tomorrow.city

Photo source from wonderfulcopenhagen.com

และนี่คือบางส่วนจากแนวคิดของเมืองที่ชื่อว่าน่าอยู่ที่สุดในโลก เมืองที่ยั่งยืนที่สุดในโลก และยังปลอดภัยที่สุดในโลก จากการสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดี น่าอยู่ มีสังคมและผู้คนที่เข้มแข็ง จนกลายเป็นเมืองที่ตอบโจทย์คุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน และมีความสุขอย่างยั่งยืน

3 views0 comments