แนวคิดการสร้างสรรค์การมีส่วนร่วมของชุมชน: นอกจากความมี Creativity ชุมชนต้องมีอัตลักษณ์และฉายแสงออกม


ในการจัดงานเทศกาล นอกจากผู้จัดงาน ผู้เข้าร่วมงานแล้ว อีกฝ่ายที่มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน และอาจจะถือได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของงานได้เลยนั้นคือชุมชน เพราะการจัดงานเทศกาลที่ต้องใช้พื้นที่หรือแลนด์สเคปกว้าง ๆ ที่มีบ้านเรือนอยู่รอบ ๆ แล้ว แน่นอนว่าต้องกระทบกับชุมชน


ขณะที่บางงานเทศกาลเรียกร้องให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม อย่างการมาออกบูธ ออกร้านขายของ ออกมาตกแต่งบ้านเรือนต้อนรับนักท่องเที่ยว หรือมาออกแบบกิจกรรม งานศิลปะที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ต่าง ๆ แต่บางงานชุมชนอาจไม่ต้องทำอะไรเลย เพียงแต่ฉายความเป็นตัวตนของตัวเองออกมาก็พอ





ซึ่งความเป็นจริงแล้วงานเทศกาลที่ดีหรือประสบความสำเร็จ คือการที่ชุมชนต้องอยู่กับพื้นที่ ทำหน้าที่เป็นแหล่งกิจกรรม แหล่งท่องเที่ยว แหล่งวัฒนธรรม ฉายตัวตนของตน เอางานที่เป็นงานท้องถิ่นของตนออกมานำเสนอจากความเชี่ยวชาญที่มีอยู่ เพื่อให้ผู้คนเข้าไปหาชุมชนคือคนตรงพื้นที่อยู่แล้ว เวลามีงานใด ๆ ผู้จัดงานอาจเข้าไปประชาสัมพันธ์เพื่อต้องการให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม เลยทำให้คนมองว่าชุมชนต้องมีแรงกระตุ้น ซึ่งตรงนี้เป็นวิธีคิดลักษณะอีเวนท์



เราจึงต้องมองว่าการที่ชุมชนเขามีอัตลักษณ์หรือ DNA อยู่แล้ว มีสิ่งที่เขาภาคภูมิใจอยู่แล้ว แต่จะทำยังไงเราถึงจะจัดกิจกรรมเข้าไป เพื่อสอดรับหรือตอบสนองสิ่งที่ตัวตนเขามีหรือเป็น เพราะว่าปัญหาที่มักจะเกิดขึ้นบ่อย ๆ คือ เวลาเราจัดงานเทศกาลร้านรวงที่มาออกงาน ไม่ใช่ร้านที่อยู่ในชุมชน แต่เป็นร้านที่มาพร้อมกับผู้จัดงาน เพราะฉะนั้นจึงกลายเป็นว่าชุมชนเองไม่ได้รับประโยชน์จากการจัดงานนั้น

ยกตัวอย่างประเทศญี่ปุ่นหรือจีน ที่เป็นเมืองหรือหมู่บ้านวัฒนธรรมที่เมื่อเราเดินเข้าไปในพื้นที่ของเขา เราจะไม่เห็นการจัดวางอะไร เพราะความคิดสร้างสรรค์อยู่ในตัวของสถานที่อยู่แล้ว ในขณะที่เมืองไทย เวลามีงานเทศกาลมักจะไปบอกว่าชุมชนต้องสร้างสรรค์ ต้องออกแบบ ต้องทำบรรจุภัณฑ์ ก็เลยทำให้ตัวชุมชนพยายามที่จะตอบสนองวิธีคิดออกมาในรูปแบบเหมือนกัน และท้ายสุดจะสังเกตว่าปัญหาที่เกิดขึ้นคือ พื้นที่หลาย ๆ จังหวัดมีชุมชนที่ลุกขึ้นมาทำผลิตภัณฑ์ออกมาคล้ายกัน กิจกรรมออกมาเหมือนกัน ซึ่งตรงจุดนี้ก็จะทำให้สูญเสียอัตลักษณ์ของตัวเองในที่สุด



Tono Furusato Village in Iwate, northern Japan Photo source from livejapan.com

ชุมชนในที่นี้คือเครือข่ายของคนทำงานหรือกลุ่มการมีส่วนร่วม เช่น ศิลปินก็จะมีชุมชนของศิลปินมาเข้าร่วม ผู้ประกอบการด้านอาหารก็จะมีชุมชนของเขามา ผู้จัดงานก็จะมีชุมชนของเขาเข้ามาทำงานร่วมกัน คำว่าชุมชนในการมีส่วนร่วมคือเราต้องการคนที่มีศักยภาพ หรือมีบทบาทในการทำงานเข้ามาแสดงบทบาทร่วม เพื่อทำให้เทศกาลนั้นสำเร็จ


ประเทศไทยขายตัวตนของเรานั่นคือความหลากหลาย ชุมชนมีความหลากหลาย นอกจากความคิดสร้างสรรค์ของชุมชนที่มีอยู่แล้ว อัตลักษณ์ของตัวชุมชนเองก็มีความสำคัญเช่นกัน จึงจะต้องสร้างจุดนี้ให้แข็งแรง เพื่อที่จะสร้างคุณค่า เป็นจุดขาย และต่อยอดให้เกิดเป็นงานเทศกาลในพื้นที่ โดยจะนำไปสู่การพัฒนาและสร้างมรดกทางเศรษฐกิจผ่านการจัดงานเทศกาล ทำให้ชุมชนเติบโตอย่างยั่งยืน หรือที่เรียกว่า Festival Economy นั่นเอง



2 views0 comments