แนะนำเมืองแห่งอัตลักษณ์ของโลก ตอนที่ 1 Kyoto, Japan





ย่างก้าว เยือนกรุงเกียวโต (Kyoto) สัมผัสกลิ่นอายเมืองแห่งวัฒนธรรมเก่าแก่ของญี่ปุ่น

“กรุงเกียวโต” อดีตเมืองหลวงของญี่ปุ่น ตอนนี้กลายเป็นหนึ่งในเมืองแห่งวัฒนธรรม และเต็มไปด้วยร่องรอยแห่งประวัติศาสตร์ของอดีตเมืองหลวงที่เจริญรุ่งเรืองมากว่าพันปี ก่อนญี่ปุ่นจะย้ายเมืองหลวงไปยังเมืองเอโดะ หรือกรุงโตเกียวในปัจจุบัน

ย้อนกลับไปในสมัยที่เกียวโตยังเป็นเมืองหลวงอยู่นั้น ผู้คนที่มารวมตัวกัน ณ เมืองนี้ ได้ร่วมกันพัฒนาเมืองให้เป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรมอันแข็งแกร่งและการเมือง แม้ว่าท้ายที่สุดแล้วเมืองหลวงจะย้ายไปยังโตเกียวแทน แต่เกียวโตไม่หยุดที่จะพัฒนาเพื่อสร้างตัวเองให้เป็นเมืองแห่งการทำงาน และที่อยู่อาศัยของผู้คน ทำให้เกิดเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ในการอยู่ร่วมกันของคนเกียวโตขึ้น เช่น วิธีเสริมสร้างความสัมพันธ์และความไว้วางใจต่อกัน รวมถึงมาตรการหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจเกิดขึ้น เพื่อให้ชาวเมืองอาศัยอยู่ร่วมกันอย่างมีสันติสุข



Photo source from tourist-destinations.net


เนื่องจากความเก่าแก่อันทรงเสน่ห์ของอดีตเมืองหลวง ทั้งวัดวาอาราม และย่านเมืองเก่าจึงเต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมอันเก่าแก่ เช่น วัดคิงคาคุจิ ศาลเจ้าฟุชิมิอินาริ อีกทั้งปราสาทเก่าทั้งหมด 17 แห่งยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ซึ่งถือเป็น "อนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์เกียวโตโบราณ"

ถนนหนทางส่วนใหญ่ในกรุงเกียวโตมักจะเหมาะสำหรับการเดินเท้า และง่ายต่อการขับขี่จักรยานมากกว่า จึงสังเกตเห็นว่ายานพาหนะส่วนใหญ่ที่ชาวเมืองใช้ในการเดินทางคือ “จักรยาน” เนื่องจากเกียวโตค่อนข้างมีเส้นทางการเดินรถไฟน้อย ส่วนขนส่งสาธารณะหลักอย่างรถบัสก็มีผู้คนใช้เป็นจำนวนมาก จึงทำให้รถบัสมาไม่ตรงเวลาบ่อยครั้ง อีกเหตุผลหนึ่งเพราะความเก่าแก่ของเมืองสมัยก่อนที่มักจะมีตรอก ซอก ซอย เล็กและแคบ แยกย่อย แถมซอยหรือตรอกแคบ ๆ เหล่านั้นยังเป็นที่ซ่อนตัวของร้านค้าท้องถิ่นอันทรงเสน่ห์อีกด้วย



Photo source from blog.gaijinpot.com

นอกจากนี้กรุงเกียวโตยังมีเทศกาลใหญ่ประจำเมืองซึ่งจัดขึ้นทุก ๆ ปี นั่นคือ “เทศกาลกิอง” (Gion Festival) หนึ่งใน 3 เทศกาลใหญ่ของญี่ปุ่น และยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกด้านวัฒนธรรมโดยยูเนสโก

ย้อนไปกว่าพันปีครั้งที่งานเทศกาลกิองเกิดขึ้นครั้งแรก ในตอนนั้นยังใช้ชื่อว่า งานเทศกาลของศาลเจ้ายาซากะ (Yasaka Shrine) แต่ด้วยโรคระบาดที่แพร่ไปด้วยญี่ปุ่นขณะนั้น ทำให้สูญเสียชาวเมืองไปเป็นจำนวนมาก จึงมีการจัดงานเทศกาล “โกะเรียวเอะ” ขึ้น เพื่อส่งวิญญาณคนตายทั้งหลายไปสู่สุคติ จุดเริ่มต้นของงานเทศกาลกิองจึงเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา



Photo source from kyoto-design.jp

แม้ว่าจะถูกระงับไปหลายครั้งหลายคราจากสงครามภายในประเทศ แต่ชาวเมืองไม่ย่อท้อที่จะประสานใจร่วมมือกันจนสามารถทำให้งานเทศกาลกิองเกิดขึ้นได้ทุกครั้ง ด้วยเหตุนี้เองเทศกาลกิองจึงเป็นเทศกาลที่อยู่คู่กับคนเกียวโตมาช้านาน เป็นหนึ่งเรื่องในประวัติศาสตร์ที่ยังคงดำเนินตู่กรุงเกียวโตมาถึงทุกวันนี้



Photo source from enjoy-kyoto.net

งานเทศกาลกิองมักจัดขึ้นเป็นเวลาประมาณ 1 เดือน เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 - 31 กรกฎาคมของทุกปี ช่วง "โยอิยามะ" เป็น 3 วันที่คึกคักที่สุด เนื่องจากมีการปิดถนนชิโจ และถนนคาราซุมะซึ่งเป็นถนนเส้นหลักให้เป็นถนนคนเดิน จึงมีบรรดาร้านค้าแผงลอยจากพ่อค้าแม่ขายของชาวเกียวโตมาตั้งบนถนนคาราซุมะ

ส่วนใน “วันซากิมัทสึริ” กับ “วันอะโตะมัทสึริ” จะมีขบวนแห่รถยามาโฮโกะ เป็นรถลากขนาดใหญ่ที่จะแห่ในเส้นทางใจกลางเมือง เรียกได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของฤดูร้อนในเกียวโตเลย

โดยการลากรถยามาโฮโกะจะใช้คนราว 40 - 50 คน เนื่องจากบนรถลากจะมีคนขึ้นไปนั่งประมาณ 40-50 คนเช่นกัน เพื่อบรรเลงดนตรีที่เรียกว่า “กิองโบยาชิ” ซึ่งเล่นด้วยเครื่องดนตรีญี่ปุ่นอย่าง กลองไทโกะ ขลุ่ยญี่ปุ่น และฆ้องมือ ดังนั้นการเปลี่ยนทิศทางรถจึงต้องใช้กำลังของคนมหาศาล เรียกกันว่า "สึจิมาวาชิ" ที่สำคัญคือรถลากยามาโฮโกะจะถูกประกอบขึ้นใหม่ทุกปี เมื่องานสิ้นสุดลงก็จะถูกแยกชิ้นส่วน แล้วนำมาประกอบร่างขึ้นใหม่ในงานเทศกาลกิองปีถัดไป


Photo source from travel.gaijinpot.com


อ้างอิง


4 views0 comments