Bangkok Art Biennale 2020: คุยกับ "ดร. อภินันท์ โปษยานนท์" ถึง 'เส้นทางหนีสู่ความสุข' ในเทศกาลศิลปะ

Updated: Dec 21, 2020



Bangkok Art Biennale เทศกาลศิลปะที่ใหญ่ที่สุดงานหนึ่งของกรุงเทพมหานครกำลังจัดแสดงอยู่ตามย่านต่าง ๆ ของเมือง แมงโก้ได้มีโอกาสไปพูดคุยกับ “ดร.อภินันท์ โปษยานนท์” ผู้อำนวยการศิลป์ของโครงการ คนสำคัญที่คัดสรรงานศิลปะเก๋จากทั่วทุกมุมโลกมาจัดแสดงให้คนไทยได้ดูกัน





Bangkok Art Biennale จัดมาเป็นครั้งที่สองแล้ว ดร. อภินันท์ได้เล่าถึงประสบการณ์ที่ได้รับจากการจัดงานในครั้งแรก ทั้งความรู้ด้านการประสานงานเครือข่ายต่าง ๆ การจัดหาทุน การติดต่อศิลปิน การบริหารจัดการพื้นที่ เช่น จากปีก่อนที่จัดแสดงถึง 20 จุด ในปีนี้ลดลงเหลือ 10 จุดเพราะได้รับฟีดแบ็กงานจากผู้เข้าร่วมงานว่ามีพื้นที่เยอะเกินไป ยากต่อการเดินทางเพื่อดูงานให้ครบ นอกจากนี้ ประสบการณ์ในปีที่ผ่านมายังทำให้ได้เรียนรู้การให้ศิลปินสร้างงานขึ้นมาใหม่เพื่อตอบโจทย์ของงานมากขึ้นอีกด้วย


ดร. อภินันท์ยังได้เล่าถึงการเตรียมงานในคราวนี้ที่เป็นไปได้ด้วยดี ส่วนหนึ่งเกิดจากความร่วมมือของ TCEB


"เพราะมีการประเมินจาก TCEB คราวที่แล้วได้เรียนรู้เรื่องของการสื่อสารให้คนรับรู้ ทำให้คนมีส่วนร่วมก่อนที่จะเปิดงาน เพราะมันต้องมีการเตรียมพร้อมสำหรับคนดูด้วย แต่คราวนี้คำว่า Bangkok Art Biennale หรือ BAB 2020 เนี่ย อย่างน้อยคนกลุ่มหนึ่งที่เคยสัมผัสงานคราวที่แล้ว ก็คุ้นชินว่ามันคืออะไร มันประกอบไปด้วยอะไร ในการจัดในสถานที่ต่าง ๆ ยกตัวอย่างเช่น BACC ก็เป็นที่ที่คนรู้จักมักคุ้น และคนส่วนใหญ่มองว่าที่นี่เป็นจุดสำคัญของการแสดงศิลปะ แต่ที่จริงแล้วเราก็มีโอกาสที่จะเปิดพื้นที่ใหม่ยกตัวอย่างเช่น The Park ที่บริเวณถนนพระรามสี่ แล้วเราก็ไปจัดในพื้นที่อื่น ๆ อย่างวัดวาอารามทั้งสามแห่ง วัดโพธิ์ วัดอรุณ วัดประยูร ปีนี้เราก็มีเพิ่มที่ล้ง 1919"


คอนเซ็ปต์ของ Bangkok Art Biennale ในปีนี้คือ “ศิลป์สร้างทางสุข” หรือ “Escape Routes” ซึ่งเป็นแนวคิดต่อเนื่องมาจากการแสดงครั้งแรกในชื่อ “สุขสะพรั่งพลังอาร์ต” หรือ “Beyond Bliss” ดร. อภินันท์เล่าว่า คอนเซ็ปต์ของปีนี้ริเริ่มคิดกันเมื่อปีก่อน โดยใช้แนวเรื่องของการพัฒนาอย่างยังยืน คอนเซ็ปต์ของ SDG (Sustainable Development Goal) ของ UN พูดถึง 17 ข้อที่เกี่ยวโยงกับสภาวะโลกร้อน เรื่องของการอพยพ เรื่องของความเหลื่อมล้ำ เรื่องของเพศสภาพ BAB ได้ดึงประเด็นเหล่านี้มาเป็นโจทย์ให้ศิลปินสร้างงาน


ในบริบทนี้คำว่า Escape Routes มันมีหลายมิติเหลือเกิน แต่พอมาถึงช่วงปีใหม่ มันมีเรื่อง COVID เข้ามา เพราะฉะนั้น Escape Routes ก็เป็นอีกมิติหนึ่งในเรื่องของการเผชิญหน้ากับโรคร้ายโรคระบาด ซึ่งมันกลายเป็นอีกมิติสำคัญที่ทำให้ขอบเขตและเนื้อหาของสิ่งที่สามารถค้นคว้าหรือนำเสนอมันเป็นอะไรที่ใกล้ตัวมาก แล้วการสื่อสารยุคนี้ โรคระบาดกลายเป็นเรื่องที่ไร้พรมแดนและไม่มีการเลือกเพศ วัย ชนชั้น พอหลังช่วงเราล็อกดาวน์ พอพัฒนาก่อนเปิดไม่นาน เราก็เผชิญเรื่องเหตุการณ์การเมืองในบ้านเรา การเมืองในบ้านเรากลายเป็นเรื่องสำคัญที่ชาวโลกติดตาม ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งอีกมิติหนึ่งที่ทำให้ศิลปินดึงเอาประเด็นเหล่านี้ขึ้นมาใน Escape Routes

ดร. อภินันท์ขยายว่า ในหลายกรณี Escape Routes คือการหนีตัวเองเพื่อจะหลุดพ้นไปสู่สิ่งที่เราเรียกว่า “ความสุข” นอกจากนี้งานศิลปะยังเป็นการรับรู้เฉพาะบุคคล ศิลปินจัดการกับผลงานในรูปแบบของตัวเอง คนดูก็ได้รับสารต่างกันไปตามภูมิหลังหรือประสบการณ์ของพวกเขา


“บางครั้ง ความสุขที่เปี่ยมล้นกับความสุขที่เลิศลอย บางครั้งมันเป็นความสุขที่ อยู่ในระยะสั้น เรากำลังมองว่าถ้าเกิดการมีความสุขที่พอประมาณ มันสามารถทำให้ความสุขนั้นมีมากกว่าความทุกข์ จริง ๆ ทุกข์กับสุขนั้นคล้ายกันมาก เพียงแต่ว่าลองจัดสรรอัตตาของเรายังไง เพราะฉะนั้นสิ่งนี้เป็นโจทย์ที่พอแต่ละคนเข้ามาดูงาน รับโจทย์นี้ไป สามารถที่จะแตกแขนงออกไปในหลากหลายมิติ เพราะศิลปิน 82 คนก็ตีโจทย์ว่า Escape Routes ของเขา มีความหมายอย่างไร ในคนดูก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเข้าใจ ประเด็นที่ศิลปินพูด แต่มันต้องมีบางจุดที่สื่อกันได้ เพราะฉะนั้น บางครั้งเวลาคนดูมาดู performance ของศิลปิน เขานั่งร้องไห้หรือสถิตอยู่กับที่ กับงาน หรือว่าจ้องมองอะไรบางอย่างเนี่ย มันเป็นเรื่องส่วนตัว แต่ว่าเมื่อเขาแชร์ได้ เขาแชร์กับเพื่อน แฟนเขา มันก็เกิดการสนทนา เพราะฉะนั้นตรงนี้ ศิลปะก็เป็นการจุดประกายอะไรบางอย่าง และหน้าที่ของเราเนี่ย เมื่อจัดแสดงแล้วเราก็พยายามให้ข้อมูลเหล่านี้ อธิบายด้วยสื่อต่าง ๆ ให้องค์ความรู้ต่าง ๆ แล้วเราจึงมองว่าสิ่งเหล่านี้ ส่วนหนึ่งเป็นของอุตสาหกรรมศิลปะหรืออุตสาหกรรมที่เรียกว่าเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ซึ่งมีการพูดกันเยอะในต่างประเทศหลายแห่งก็ปฏิบัติต่างกันไป ของเราเนี่ยเราก็หาเสน่ห์ของเรา ปัญหาของเรา มานำเสนอซึ่งสามารถแชร์ได้กับศิลปินไทยเอง หรือศิลปินต่างชาติด้วย”


Bangkok Art Biennale ปีนี้แบ่งออกเป็นเส้นทางทางน้ำ (River Route) และเส้นทางทางบก (City Route) และมีหลากหลายพื้นที่จัดงาน เช่น The Park, Black Box หรือ The Prelude อยู่บริเวณในเมือง และมีพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา 4-5 แห่งนั้น ได้แก่ วัดอรุณ วัดโพธิ์ วัดประยูร ล้ง1919 และมิวเซียมสยาม



ดร.อภินันท์ยังได้แบ่งปันเรื่องเล่าเกี่ยวกับปัญหาการจัดการด้านโลจิสติกส์ให้ฟัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายใต้สถานการณ์โควิดที่ทำให้ศิลปินบางท่านเดินทางมาเตรียมงานเองที่ประเทศไทยไม่ได้


“มีศิลปินที่อินเดียสร้างงานไม่ได้ อยู่มุมไบ ลูกน้องเขากลับบ้านหมดเนื่องจากโควิด เดิมเขาจะสร้างงานแล้วส่งมา พอสร้างงานไม่ได้ เราก็ต้อง Zoom คุยกันและก็ตกลงว่าสร้างงานเขาที่นี่โดยที่เขามาไม่ได้ แต่มีการกำกับควบคุมดูแลผ่าน Zoom งานก็สร้างขึ้นมาเสร็จสมบูรณ์ อย่างนี้ก็เป็นเทคนิคหนึ่งที่เราต้องให้เครดิตศิลปินที่เชื่อใจเราด้วย และเราก็ผลิตชิ้นงานออกมาเป็นการถักเส้นลวด เส้นสายไฟเหล่านี้ ที่ต้องใช้ความบรรจงปราณีตมาก เด็กของเรา เด็ก BAB ที่เป็นอาสาสมัคร เป็นคนผลิตแต่ศิลปินเป็นคนควบคุมดูแลตลอด ซึ่งอนาคตต่อไปอาจจะเป็นอย่างนี้ ในโลกที่ไร้พรมแดนในโลกที่ทุกอย่างเร็วมาก พอเจอโควิด เดินทางไปไหนสองอาทิตย์ กักกันด้วย มันก็กลับไปเหมือนเมื่อ 100 ปีที่แล้วทุกคนต้องเดินเรือ จากเมืองหนึ่งไปอีกเมืองหนึ่งกลายเป็นเหมือนสโลว์ไลฟ์ไปในตัว เพราะฉะนั้นเนี่ยเหมือนธรรมชาติมันเขย่าเรา ไปเร็วนักหรอ มันก็ส่งสัญญาณมาเป็นเวลาหลาย 10 ปีแล้วว่าโลกนี้แย่แล้ว แต่เราไม่เคยเหลียวแลสิ่งเหล่านี้มันจึงเป็นเหมือนอะไรที่เป็นบทเรียนไปในตัว”


ดร.อภินันท์กล่าวว่า พื้นที่ของ Bangkok Art Biennale เป็นอิสระ เปิดรับหลากหลายผลงานเข้ามาเสนอเพื่อคัดเลือกจัดงาน ทั้งภาพถ่าย จิตรกรรม วรรณกรรม หนังสั้น

“เราเปิดอิสระว่าศิลปินจะนำเสนออะไรซึ่งหลายประเทศ ศิลปินก็ทำอยู่ เรามองว่าสื่อของการสื่อสาร ถ้าศิลปินจะเลือกอะไร ก็อิสระเต็มที่”

แมงโก้ได้ขอให้ดร.อภินันท์แนะนำงานที่ห้ามพลาดในเทศกาล แม้จะกังวลว่าอาจเป็น Bias ของผู้จัด แต่ดร.อภินันท์ก็ได้แนะนำงานที่จัดแสดงที่ที่วัดโพธิ์และวัดอรุณ ซึ่งเป็นผลงานของศิลปินคนเดียวกัน ผลงานของเหว่เหวที่ได้รับความสนใจอย่างมาก เนื่องจากเป็นศิลปินที่มีชื่อเสียงมาก แต่ศิลปินที่เกิดใหม่หลายคนก็น่าสนใจมาก เช่น คุณแทน โฆษิตพิพัฒน์ หรือคุณฉันทนา เป็นศิลปินรุ่นใหม่ที่เพิ่งเปิดตัว เข้ามาร่วมงานจากที่ BAB เปิดกว้างให้ส่งผลงานเข้ามาร่วมคัดเลือกเพื่อจัดแสดงได้


ผลงาน "Law of Journey" (2016) ของ Ai Weiwei จัดแสดง ณ BACC

ดร.อภินันท์กล่าวถึงความสำคัญของศิลปะที่มักถูกมองข้ามไป “ศิลปะช่วยเยียวยาหรือเติมเต็มชีวิตได้ เพราะเราขาดสิ่งเหล่านี้ไปมาก เรื่องความละเอียดอ่อน ความใจเย็น ความสุนทรี ล้วนแล้วแต่เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาสมองซีกขวา ซึ่งบางทีการเรียนการสอนไม่ได้เน้นสิ่งเหล่านี้ แต่ไปเน้นวัตถุนิยม เรื่องความสำเร็จ เรื่องของเวลาที่รวดเร็ว บีบให้คนต้องก้าวหน้าให้เร็วขึ้น การยัดเยียดหลักสูตรเหล่านี้บางทีมันไม่สมดุลกัน ฉะนั้นในหลายเรื่อง เรื่องเพลง เรื่องดนตรี เรื่องวรรณกรรม เรื่องศิลปะ มักจะถูกมองเป็นเรื่องรอง เนื่องจากเรียนออกมาแล้วทำเงินไม่ได้ เป็นเรื่องของสถานะ เป็นเรื่องของอาชีพ แต่ในมุมกลับกัน กลุ่มเศรษฐกิจสร้างสรรค์มันทำเงินได้ มันพิสูจน์แล้วว่าศิลปินอยู่ได้ ไม่ใช่ว่าศิลปินผมยาวหาเงินไม่ได้ มีศิลปินรวยรวย มีนักออกแบบที่ประสบผลสำเร็จในอาชีพมากมาย เพราะฉะนั้นสมัยนี้เป็นยุคสมัยที่ผู้คนรับรู้ศิลปะได้ร่วมกับศิลปิน ตรงนี้เป็นโอกาสที่ดีที่เราจะพัฒนาได้ ถ้าใครรับไม่ได้ก็ปล่อยให้เขาตายไป


บรรยากาศของผู้เข้าร่วมเทศกาล Bangkok Art Biennale 2020 ณ BACC

ดร.อภินันท์กล่าวว่า ปัญหาตอนนี้คือภาครัฐไม่ได้สนับสนุนกลุ่มนักคิดสร้างสรรค์เท่าที่ควรนัก ด้วยเกณฑ์การวัดผล หรือค่านิยมบางอย่าง เช่น “ความเป็นไทย” เป็นด่านสำคัญที่ทำให้งานศิลปะและศิลปินถูกตีกรอบ ศิลปินที่ไม่ยอมรับกรอบเหล่านั้นหรือเลือกจะไม่เข้าไปร่วมก็จะถูกผลักออกไปเป็นพวกชายขอบ ทำให้พวกเขาไม่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐและต้องไปขวนขวายหาผู้สนับสนุนเอง เกิดความเหลื่อมล้ำขึ้นมา


นอกจากนี้ดร.อภินันท์ยังกล่าวถึงประเด็นปัญหาของการสื่อสาร การยอมรับระหว่างวัย ดร.อภินันท์มองว่า จำเป็นต้องมีพื้นที่สนทนาแลกเปลี่ยนกัน “ถ้าไม่มีพื้นที่ที่จะให้โอกาสในการพูดอย่างมีเหตุผลมันก็จะเกิดช่องว่างไปเรื่อย ๆ เพราะต่างคนต่างคิด”


ได้ฟังทั้งมุมมองและเรื่องราวน่าสนใจของงานไปแล้ว ก็อย่าพลาดไปแวะชมเทศกาลศิลปะ Bangkok Art Biennale กันได้ วันนี้จนถึงวันที่ 31 มกราคม 2564 ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.bkkartbiennale.com



 


ติดตามข่าวสารในแวดวงเทศกาลและเรื่องราวของคนในเทศกาลได้ที่ Happy Mango, festival people connected. ได้ทุกช่องทาง อย่าลืมกดไลก์ กดแชร์ กดติดตามกันนะคะ :)

42 views0 comments