Bangkok Music City งานเทศกาลดนตรีของไทยที่เทียบชั้นกับงานเทศกาลระดับโลก




งานเทศกาลดนตรีที่ยิ่งใหญ่นั้นมีมากมาย และแต่ละงานนั้นก็มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นเฉพาะตัวแตกต่างกันไป และยังเป็นสิ่งดึงดูดให้นักท่องเที่ยวสนใจเดินทางไปยังประเทศที่จัดงานเทศกาลดนตรีนั้น ๆ และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศนั้น ๆ ในแต่ละปีได้อย่างมากมาย ซึ่งประเทศไทยก็มีงานเทศกาลดนตรีให้ผู้คนเลือกเสพมากมายไม่แพ้กัน ซึ่งหนึ่งในนั้นคืองานเทศกาล Bangkok Music City หรืองานเทศกาลและการประชุมระดับนานาชาติด้านธุรกิจบันเทิงและดนตรี

จุดเด่นของงานนี้คือ เทศกาลดนตรีที่มีกิจกรรมแบ่งออกเป็นสองส่วน คือ Music Showcase Festival และสัมมนาแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากวิทยากรชื่อดัง ซึ่งนอกจากจะช่วยผลักดันศักยภาพของวงการดนตรีไทยแล้ว ยังเป็นการช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงดนตรี (Music Tourism) ทั้งยังสร้างเม็ดเงินให้กับประเทศได้ด้วย โดย ‘พาย’ ปิยะพงษ์ หมื่นประเสริฐดี Co-founders & Co-organizers ของงานเทศกาล Bangkok Music City เล่าให้เราฟังว่า ได้ไอเดียของการทำโปรเจ็กต์นี้มาจากงานเทศกาล The South by Southwest (SXSW) นั่นเอง


The 2019 SXSW Conference and Festivals at Auditorium Shores in Austin, Texas Photo source from billboard.com


“งาน SXSW มีทั้งเทศกาลดนตรี เทศกาลหนัง เทคโนโลยี สตาร์ทอัพ เกม ครีเอทีฟ เรียกว่าเป็นเทศกาลของคนสายครีเอทีฟ แท็กไลน์ของงานจะเป็นเรื่องที่ช่วยให้คนในสายครีเอทีฟบรรลุเป้าหมาย มาติดต่องาน สร้างคอนเนคชัน มาโชว์เคสใหม่ ๆ เจอเทคโนโลยีใหม่ ๆ ของโลกด้านครีเอทีฟ เจอวงดนตรีที่กำลังจะดัง Black Pink เล่นครั้งแรกที่อเมริกาก็งานนี้ จอห์น เมเยอร์ ดังจากงานนี้ มีตำนานเกิดขึ้นจากงานนี้มากมาย”

อธิบายสั้น ๆ The South by Southwest (SXSW) คืองานเทศกาลที่ถือเป็นการรวมตัวของครีเอเตอร์ในด้านต่าง ๆ ทั้งสายภาพยนตร์ ดนตรี และทีมสตาร์ทอัพ โดยมีการโชว์ผลงานด้านสื่ออินเตอร์แอคทีฟ รวมถึงการอัพเดทเทรนด์ต่าง ๆ ที่จัดขึ้นทุกปีที่เมืองออสติน รัฐเท็กซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา มีผู้เข้ามาร่วมงานปีละกว่าแสนคน เรียกว่าเป็นเทศกาลระดับโลกที่โด่งดังที่สุดเทศกาลหนึ่งก็ว่าได้

“งาน SXSW ไม่ใช่แค่งานดนตรี แต่มีทั้งเทคโนโลยี ภาพยนตร์ เป็นงานที่ใช้เมืองเป็นตัวจัด พวกนิทรรศการ ภาพยนตร์อยู่ในโรงหนังของเมือง งาน Talk อยู่ในคอนเวนชั่นฮอลล์บ้าง ตามบ้านต่าง ๆ ในโรงแรมบ้าง ดนตรีกระจายออกไปในพื้นที่ต่าง ๆ 200 อเวนิว มีวงมาเล่นประมาณ 2 พันวง” ปิยะพงษ์กล่าวเสริมให้เราเห็นภาพของงาน SXSW ชัดเจนขึ้น

The SXSW Trade Show in the Austin Convention Center, Photo source from sxsw.com
SXSW 2019 Pitch event at the Hilton Austin hotel, Photo source from statesman.com


Bangkok Music City จึงมีเป้าหมายเพื่อต้องการผลักดันให้กรุงเทพฯ เป็นทั้งเมืองแห่งดนตรี และสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยเสียงดนตรี นำไปสู่การเป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงดนตรีขึ้นมา เหมือนกับเมืองออสติน สหรัฐอเมริกา ที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองหลวงดนตรีสดของโลก เดินไปตรงไหนก็จะพบวงดนตรีเล่นเพลงกันให้ฟังสด ๆ ทั่วไป

“นักดนตรีบ้านเรามีความสามารถแต่ยังขาดรายได้ เราไปเห็นมาว่าเมืองที่เขาสร้างซีนดนตรีจากที่ไม่มีอะไรอย่างเมืองออสติน สามารถทำขึ้นมาได้อย่างไร โดยที่ ณ ปัจจุบัน เขามีคนมาดูปีละเป็นแสนคน ดึงรายได้เข้าสู่เมืองปีละหลายล้านเหรียญ เพราะฉะนั้นเราก็ว่ามาดู Inventory ของประเทศไทยเทียบกับเขาซิ ซึ่งศิลปินเรามีแล้ว งานแบบนี้เราไม่มี อเวนิวที่จะมีเพื่อทำงานนี้ก็มีทั้งคอนเวนชั่นฮอลล์ โลคัลซีน สิ่งที่ขาดอย่างเดียวคือดึง Buyer เข้ามา แต่เรายังไม่ได้ถูกรู้จักในฐานะเมืองหรือประเทศที่ส่งออกนักดนตรี ฉะนั้นเราจึงต้องเริ่มต้นจากการทำให้คนรู้จักก่อน” เขากล่าวเสริม




Bangkok Music City จัดขึ้นครั้งแรกในปี 2562 โดยเป็นงานคอนเสิร์ตโชว์เคสจากศิลปินทั้งชาวไทยและต่างประเทศมาเข้าร่วม โดยส่วนใหญ่นั้นจะเป็นศิลปินหน้าใหม่ที่มีผลงานที่เหมาะจะส่งออกไปต่างประเทศ และส่วนที่เป็นงานสัมมนาทางดนตรี โดยมีนักดนตรี บุคลากรต่าง ๆ จากค่ายเพลง มาร่วมแลกเปลี่ยนพูดคุยถึงโอกาสทางธุรกิจ การส่งออกดนตรี และการท่องเที่ยวเชิงดนตรี ซึ่งสอดคล้องกับแนวทาง Festival Economy ที่จะสามารถสร้างแรงกระเพื่อมให้กับเมืองได้อย่างชัดเจน





“ในครั้งแรกนั้น เราจัดกิจกรรมจัดขึ้นตามร้านอาหาร และบาร์ต่าง ๆ ในย่านเจริญกรุง ปีต่อ ๆ มาเนื่องจากสถานการณ์โควิดจึงจัดขึ้นในรูปแบบออนไลน์ผ่าน YouTube Live และ Gather Town แอปพลิเคชันที่อยู่ในรูปแบบเกม Simulation สร้างตัวตนเดินเข้าชมคอนเสิร์ตแต่ละเวทีได้จริง เพิ่มประสบการณ์อินเตอร์แอ็กทีฟ ให้ได้รู้สึกเหมือนอยู่ในคอนเสิร์ตจริง ๆ ซึ่งเราต้องการให้งานเทศกาลนี้ยั่งยืน เราได้เงินทุนสนับสนุนจากภาครัฐบาล เราอยากให้ภาคเอกชนเข้ามามีบทบาทมากกว่านี้ ผลสำเร็จที่คาดหวังคือให้เราอยู่ได้ และเราช่วยให้เกิดการพัฒนาและเจริญเติบโตของอุตสาหกรรมดนตรีไทย ให้ไปสู่เวทีนานาชาติได้ดียิ่งขึ้นเรื่อย ๆ”


สิ่งที่ปิยะพงษ์เล่านั้น แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จของงาน Bangkok Music City ที่ได้เสียงตอบรับกลับมาอย่างมากมาย โดยเฉพาะในงานครั้งแรกที่มีศิลปินที่ต่อมามีชื่อเสียงโด่งดังอย่าง Tyra มาเปิดการแสดงครั้งแรกที่งานนี้ นั่นคือสิ่งที่ยืนยันว่า งานเทศกาลนี้สามารถเป็นแพลตฟอร์มที่จะทำให้คนในวงการดนตรีสามารถมาค้นพบศิลปินคุณภาพที่กำลังจะเฉิดฉายได้ ดังนั้น Bangkok Music City จึงถือเป็น City Festival ที่มีมากกว่าดนตรี และจะเป็นเทศกาลที่สามารถต่อยอดไปสู่ระดับโลกได้แน่นอน




24 views0 comments