Bangkok Music City ใช้ดนตรีดันเมืองให้เป็นเมืองเทศกาล


Photo source from nylonthailand.com

“เทศกาล” คือเครื่องมือสำคัญในการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้แก่เมืองเมืองหนึ่งในช่วงเวลาสั้น ๆ ในการจัดงานในแต่ละปี หลายเมืองหยิบยกเอาอัตลักษณ์ที่ตัวเองมีมาเป็นทรัพยากรมาจัดเป็นเทศกาล ซึ่งมีมูลค่ามากเพียงพอต่อการดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมากให้นำเงินเข้ามาหว่านลงไปในวงจรเศรษฐกิจของเมืองระหว่างการจัดงานดนตรี ไม่ว่าจะเป็นดนตรีท้องถิ่นตามประเพณีดั้งเดิมหรือดนตรีร่วมสมัย เป็นหนึ่งในศิลปะที่เมืองเลือกใช้ในการจัดเทศกาล หลายเมืองประสบความสำเร็จในระดับโลก ดึงดูดนักท่องเที่ยวมากมายมหาศาลได้ทุกปี บางเมืองที่มีวัฒนธรรมดนตรีแข็งแกร่ง เป็นเมืองดนตรี Music City ชัดเจน เช่น นิวออร์ลีนส์ สหรัฐอเมริกา ที่มีมรดกทางวัฒนธรรมเป็นดนตรีแจ๊ส ซึ่งคนที่เกี่ยวข้องกับดนตรี ทั้งนักดนตรี ผับ บาร์ ร้านอาหารในเมือง ต่างมีงานมีรายได้ที่มั่นคงจากการเป็นเมืองดนตรีนี้ด้วยกันทั่วหน้า และเมื่อมีเทศกาลดนตรีแจ๊สประจำปีของเมือง New Orleans Jazz & Heritage Festival หรือ Birdfoot Festival ก็ยิ่งเพิ่มการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของเมืองให้เติบโตยิ่งขึ้น จากการเข้ามาชมเทศกาลของนักท่องเที่ยวเชิงดนตรี (Music Tourism)



New Orleans Jazz & Heritage Festival, Photo source from thedjsessions.com


อีกหลาย ๆ เมืองในโลก ที่ได้รับอานิสงส์จากความเป็นเมืองดนตรี จัดเทศกาลดนตรีขึ้นมาขับเคลื่อนเศรษฐกิจของเมืองเป็นเม็ดเงินมหาศาล เมื่อเทศกาลมีชื่อเสียงไปทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นเทศกาลสาย EDM อย่าง Ultra Music Festival ในไมอามี รัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา, Oktoberfest ของเมืองมิวนิก ประเทศเยอรมนี, สายร็อกก็มี Fuji Rock ของญี่ปุ่น, Glastonbury สหราชอาณาจักร, Rock in Rio ริโอ เดอ จาเนโร บราซิล รวมถึง SXSW เมืองออสติน สหรัฐอเมริกา

Ultra Music Festival Miami 2019, Photo source from thegroovecartel.com

Fuji Rock Festival 2021, Photo source from japantimes.co.jp

Rock in Rio, Photo source from folhape.com.br

Bangkok Music City เทศกาลดนตรีและการประชุมนานาชาติด้านธุรกิจดนตรี เกิดขึ้นมาด้วยแนวคิดทำนองเดียวกัน ต้องการใช้เทศกาลดนตรีผลักดันเศรษฐกิจของเมือง ปั้นเมืองให้เป็นเมืองดนตรี ที่มีพลังดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ตลอดปี


“Music City เป็นเมืองที่เศรษฐกิจถูกขับเคลื่อนด้วยเทศกาลดนตรี นักดนตรีเล่นดนตรีได้ในทุกวัน เทศกาลเหมือนการจุดพลุให้คนรู้จักศิลปิน แล้วเดินหน้าไปได้ตลอดทั้งปี เหมือน SXSW และเมืองออสติน



SXSW concert at Auditorium Shores, Photo source from texasmonthly.com

“จุดประสงค์ของการทำ Bangkok Music City คือความพยายามที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวทางดนตรีเข้ามาที่กรุงเทพฯ และเราอยากให้ Bangkok Music City เป็นโมเดลสำหรับจังหวัดอื่นด้วย เราไม่ได้ต้องการแค่ Bangkok Music City เราอยากให้มีขอนแก่น มิวสิก ซิตี้, เชียงใหม่ มิวสิก ซิตี้, มหาสารคาม มิวสิก ซิตี้ ด้วย” คุณพาย-ปิยะพงษ์ หมื่นประเสริฐดี หนึ่งในผู้ก่อตั้ง Bangkok Music City บอกถึงเป้าหมายของจัดเทศกาล




“มีผลการศึกษาจากการที่ TCEB ได้สนับสนุนและส่งบริษัทวิจัยเข้ามาเก็บข้อมูลงาน Bangkok Music City ครั้งแรก ค่าจัดงานจริง ๆ ไม่ถึง 5 ล้านบาท แต่รัฐบาลเก็บภาษีได้ประมาณ 30 ล้านบาท จากการหมุนเวียนเศรษฐกิจไปสู่ผู้คนที่เกี่ยวข้อง 270 ล้านบาท เฉพาะที่จัดปี 2019 งานเดียว”


การสร้างเมืองดนตรี และเทศกาลดนตรีของกรุงเทพฯ หรือเมืองอื่น ๆ ของประเทศ ให้มีศักยภาพทางการท่องเที่ยว จนสามารถสร้างรายได้เข้าประเทศได้อย่างมั่นคง ยังคงต้องการการสนับสนุนจากภาครัฐ เข้ามาดูแลช่วยเหลือให้ศิลปินนักดนตรีและผู้จัดงานเทศกาล ให้มีรายได้และใช้ชีวิตอยู่ได้โดยไม่มีปัญหาทางเศรษฐกิจ เพื่อให้วงจรธุรกิจดนตรียังคงมีนักดนตรีที่มีความสามารถไว้เป็นทรัพยากรที่มีคุณภาพ พร้อมกับการจัดเทศกาล และเป็นเมืองดนตรี Music City ต่อไปอย่างยั่งยืน







2 views0 comments