Festival Economy ต้องมี New Eco System


Yee Peng Festival, Photo source from pm-tours.com

ในเมื่อเยอรมนีมี Oktoberfest ญี่ปุ่นมี Fuji Rock Festival แล้วทำไมประเทศไทยของเราจะมีเทศกาลระดับโลกเป็นของตัวเองแบบประเทศอื่น ๆ บ้างไม่ได้ และทำอย่างไรถึงจะก้าวไปถึงจุดนั้นได้? เมื่อไม่นานมานี้ประเทศเราเพิ่งมีการผลักดันนโยบาย การสร้างมรดกทางเศรษฐกิจด้วยงานเทศกาล หรือ Festival Economy เพื่อหวังให้เป็นแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจตัวใหม่ของประเทศไทยในยุคหลัง COVID-19 ประกอบด้วย 5 Sector คือ ศิลปวัฒนธรรม, ครีเอทีฟไลฟ์สไตล์, เอนเตอร์เทนเมนต์ กีฬามวลชน และอินโนเวชั่นเทคโนโลยี



Songkran Festival, Photo source from officeholidays.com


เป้าหมายคือการสร้างงานเทศกาลใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับ 5 อุตสาหกรรมเหล่านี้ โดยมีเมกะอีเวนท์ใหญ่ที่มีชื่อเสียง สามารถดึงคนต่างชาติมาร่วมงานในระดับที่เกิดเป็นอีเวนท์ส่งออกลิขสิทธิ์ได้ภายใน 5-6 ปีข้างหน้า แต่กว่าจะถึงจุดนั้น ตอนนี้เราอยู่ตรงไหน ต้องเตรียมตัวอะไรบ้าง เรามีความสามารถมากพอไหม วันนี้ได้มีโอกาสไปคุยกับ คุณนิชาภา ยศวีร์ รองผู้อำนวยการสายงานธุรกิจ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือทีเส็บ ที่ได้มาเล่าสู่กันฟังให้พอได้ตื่นเต้นกัน! ถึงเมกะอีเวนท์ ฝันใหญ่ต้องไปให้ถึง

Loy Krathong Festival, Photo source from fodors.com

“ถึงจุดหนึ่งเราก็เกิดคำถามว่าทำไมต้องจ่ายเงินไปดึงลิขสิทธิ์งานจากต่างประเทศเข้ามาจัดในประเทศไทย เสียเงินหลายร้อยล้าน สู้มาคุยในพื้นที่และสร้างงานเฟสติวัลของเมืองที่มีอยู่แล้ว พัฒนาให้ดีขึ้น ยกระดับให้ได้มาตรฐานขึ้น และต่อไปจะสามารถเอาพอร์ตงานแบบนี้ไปขายให้กับต่างประเทศได้” นิชาภา ยศวีร์ รองผู้อำนวยการสายงานธุรกิจของทีเส็บ เล่าถึงเป้าหมาย



Wonderfruit Festival, Photo source from tatlerasia.com

แต่ก่อนจะไปถึงจุดนั้นได้ ประเทศไทยนั้นยังขาดสิ่งที่เรียกว่าระบบนิเวศน์ทางธุรกิจ หรือ ecosystem เพื่อมารองรับการจัดงานเฟสติวัล ซึ่งเรามีหลายเรื่องที่ต้องทำ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการสร้างโครง สร้างพื้นฐานที่รองรับ สถานที่ การเดินทาง ตลอดจนการสร้างคอมมูนิตี้ศิลปินท้องถิ่น และการทำให้งานเทศกาลเป็นเรื่องของทุกคนในชุมชน อีกเรื่องที่สำคัญคือการเปลี่ยนแปลงทางเจเนอเรชันในปัจจุบัน ซึ่งแต่ก่อนมันเป็นรุ่นที่ขับเคลื่อนด้วยแนวคิดเบบี้บูมเมอร์ กับเจนเอ็กซ์ แต่ตอนนี้เจนวายและเจนซีก็จะมองในมุมที่แตกต่างกันออกไป แล้วภาพรวมการใช้ชีวิตก็แตกต่างกันไป ด้วยสิ่งเหล่านี้เราก็ต้องสร้าง new ecosystem ขึ้นมาใหม่เพื่อตอบโจทย์ให้กับทุกฝ่าย แล้วเรา จะสร้าง New Ecosystem ขึ้นมาอย่างไรล่ะ



New ecosystem นั้นเป็นการออกแบบระบบนิเวศน์ทางธุรกิจ ที่อัดแน่นไปด้วยบริการ และการสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับลูกค้า (User Experience) ที่มีกลไกการกระตุ้น (Trigger) ทำให้กลุ่มเป้าหมายต้องเกิดการใช้งานอย่างต่อเนื่อง เช่น ซื้อเพิ่ม ซื้อซ้ำ ทำให้เป็นที่สนใจ และอยู่ในวังวนของธุรกิจนั้น


เป้าหมายใหญ่ในการสร้าง new ecosystem แบ่งเป็น 2 ส่วนคือ หนึ่ง ตั้งใจที่จะเอาเฟสติวัลทั้งในประเทศและต่างประเทศมาลง เพื่อให้เป็นเศรษฐกิจใหม่ของประเทศ เอางานไปลงในพื้นที่ไหน เงินก็ลงไปพื้นที่นั้น และสอง การสร้างเมกะอีเวนท์ขึ้นเองไม่ว่าจะพื้นที่หรือเซคเตอร์ไหน สร้างศิลปินท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นนักปั้น นักดนตรี หรือนักวิ่ง ผลักดันที่จะให้ศิลปินท้องถิ่นเจริญเติบโต และดึงศิลปินต่างประเทศเข้ามาแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ต่างๆ ทำให้เกิดการสร้างศิลปินเป็นรุ่น ๆ ไป สิ่งเหล่านี้ก่อให้เกิดความมั่นคงและยั่งยืนในการจัดเทศกาลที่เป็นของเราเองตามที่ฝัน และถึงแม้ว่าจะใช้เวลานานแค่ไหน แต่สิ่งเหล่านี้ก็เป็นมิชชั่นที่เราต้องทำให้สำเร็จ” นิชาภา ยศวีร์ รองผู้อำนวยการสายงานธุรกิจของทีเส็บ กล่าวย้ำกับเรา

3 views0 comments